ซือเยว่ที่กำลังสะอื้นไห้พลางลูบหน้าลูบหลังอย่างปลอบโยน
“เยว่เอ๋อร์ ไม่เป็นไรนะลูก พี่ชายของเจ้าเพียงแค่ยังไม่ได้สติดีนักเพราะความเสียใจ เจ้าอย่าได้ถือสาหาความกับเขาเลย กลับไปพักผ่อนที่เรือนของเจ้าก่อนเถิด แม่จะจัดการที่เหลือเอง”
ทางด้านฉู่ซือเยว่ที่ถูกพี่ชายตบหน้าเป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งความเจ็บทางกายและความน้อยใจที่พลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด นางจึงสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของมารดา พลางจ้องมองฉู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นระคนเสียใจ ก่อนจะตวาดใส่เสียงแข็ง
“ต่อให้พี่ใหญ่จะตบข้าอีกกี่ครั้ง ท่านก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่าแขนขวาของท่านใช้งานไม่ได้อีกแล้วหรอก! ท่านมันคนพิการ! อนาคตจอหงวนของท่านไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว!”
กล่าวจบ ฉู่ซือเยว่ก็วิ่งหนีออกจากเรือนมู่ตานไปพร้อมเสียงร้องไห้ ทิ้งให้คำพูดสุดท้ายนั้นดังก้องอยู่ในใจของฉู่หยางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับตะปูสุดท้ายที่ตอกปิดฝาโลงลงอย่างสมบูรณ์
หลิวอันเซียงลุกขึ้นยืนช้า ๆ พลางหันไปเอ่ยกับฉู่จิ้งหยวนและฉู่หยางด้วยสีหน้าที่ดูอ่อนแรงอย่างยิ่ง
“ท่านพี่ หยางเอ๋อร์ อย่าได้ถือสาเยว่เอ๋อร์เลย นางยังเด็กนัก ยังไม่รู้ความเท่าใด ข้าจะไปดูนางเองเจ้าค่ะ”
นางทอดสายตามองฉู่หยางเป็นครั้งสุดท้าย สายตาที่คนภายนอกมองว่าห่วงใย ทว่าลึก ๆ กลับแฝงไปด้วยความส