ังก้องไปทั่วห้อง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์
ฉู่หยางที่บัดนี้ดวงตาแดงฉานและโกรธจนขาดสติ เขาใช้มือซ้ายที่เหลือเพียงข้างเดียวตบเข้าที่ใบหน้าของฉู่ซือเยว่อย่างเต็มแรงจนร่างเล็กเสียหลักล้มพับลงกับพื้น รอยนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดเจนบนแก้มเนียนละเอียดในพริบตา
“หุบปาก! ข้าบอกให้เจ้าหุบปาก!”
ฉู่หยางคำรามลอดไรฟัน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยโทสะที่ยากจะควบคุม
บรรยากาศภายในเรือนมู่ตานพลันเงียบกริบฉับพลัน แม้แต่ฉู่จิ้งหยวนเองก็ถึงกับเบิกตากว้างอึ้งงันไปชั่วขณะ แม้ในใจเขาจะโกรธบุตรสาวที่พูดจาโง่เขลาไม่รู้จักสถานการณ์เพียงใด แต่เขาก็ไม่เคยคาดคิดว่าบุตรชายที่เคยสุขุมเยือกเย็นและรักน้องสาวปานแก้วตาดวงใจจะกล้าลงมือรุนแรงถึงขั้นนี้
หลิวอันเซียงที่เห็นว่าถึงเวลาที่นางต้องออกโรงร่วมเล่นงิ้วฉากใหญ่เสียที นางจึงรีบถลาเข้าไปประคองร่างของฉู่ซือเยว่ให้ลุกขึ้นพลางโอบกอดเด็กสาวไว้ในอ้อมแขนแน่น ก่อนจะตวัดสายตาที่แฝงไปด้วยความตำหนิไปทางบุตรชาย
“หยางเอ๋อร์! เจ้าทำอะไรลงไป! น้องของเจ้าอาจจะพูดจาไม่รู้ความไปบ้าง แต่ใช่ว่าเจ้าจะสามารถลงมือทำร้ายนางตามใจชอบเช่นนี้ได้! แม่รู้ว่ายามนี้เจ้ากำลังเจ็บปวดเพียงใด แต่จำเป็นต้องลงไม้ลงมือกับน้องสาวแท้ ๆ ของเจ้าด้วยหรือ?”
กล่าวจบ นางก็ก้มลงมองฉู่