ตกเย็นของวันเดียวกัน หลังจากที่งานเลี้ยงอันวุ่นวายสิ้นสุดลงและแขกเหรื่อกลุ่มสุดท้ายแยกย้ายกันกลับจวน ฉู่หยางที่เพิ่งเสร็จสิ้นจากการส่งแขกและได้ยินข่าวคราวความวุ่นวายริมสระน้ำจากบ่าวรับใช้ เขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังเรือนกุ้ยฮวาด้วยความเป็นห่วงน้องสาวทันที
ทว่าเพียงแค่ก้าวพ้นประตูห้องนอนของฉู่ซือเยว่ เขาก็มองเห็นแจกันหยกขาวราคาแพงแหลกเป็นเสี่ยง ๆ เกลื่อนพื้นห้อง ม่านผ้าไหมถูกฉีกขาดกระชากลงมากองแทบเท้า และที่น่าเวทนายิ่งกว่าคือร่างของสาวใช้นับสิบคนที่นั่งคุกเข่าเรียงแถวชิดผนังห้อง
ใบหน้าแต่ละคนบอบช้ำจากการถูกตบตีเพื่อระบายอารมณ์ บางคนถึงกับนั่งสั่นสะท้านไม่กล้าแม้แต่จะสะอื้นเสียงดัง
ฉู่หยางทำเป็นมองไม่เห็นหยาดน้ำตาและร่องรอยบาดแผลของสาวใช้เหล่านั้น ก่อนจะเดินข้ามเศษกระเบื้องตรงเข้าไปหาฉู่ซือเยว่ที่นั่งอยู่บนเตียงในชุดใหม่ที่ผลัดเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของนางมืดครึ้มแลดูน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง
“เยว่เอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?” เขาถามเสียงนุ่มพลางสำรวจร่างกายของน้องสาว
ทันทีที่เห็นหน้าพี่ชาย ฉู่ซือเยว่ก็โผเข้ากอดฉู่หยางทันทีพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น
“พี่ใหญ่ ฮึก ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แต่มู่เถา…มู่เถาถูกท่านพ่อสั่งโบยแล้วไล่ออกจากจวนไปแล้ว ฮึก นางเป็นคนส