นิทของข้าที่รู้ใจที่สุด แล้วข้าจะทำอย่างไรดี ฮึก พี่ใหญ่ช่วยมู่เถาด้วยนะเจ้าคะ….”
ฉู่หยางถอนหายใจยาวพลางลูบหลังปลอบโยนน้องสาวให้ใจเย็นลง จากนั้นเขาจึงตวัดสายตาคมปลาบไปยังกลุ่มสาวใช้ที่หมอบอยู่เบื้องล่าง
“พวกเจ้าออกไปให้หมด หากข้าได้ยินใครเอาไปพูดข้างนอกแม้แต่ครึ่งคำ ข้าจะรับรองว่าพวกเจ้าจะไม่มีโอกาสได้เห็นแสงตะวันอีกต่อไป!”
คำขู่กรรโชกนั้นทำเอาสาวใช้นับสิบรีบลนลานพยุงกายที่บอบช้ำออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ราวกับหนีตายก็ไม่ปาน เมื่อประตูห้องปิดสนิทเหลือเพียงสองพี่น้อง ฉู่หยางจึงคลายอ้อมกอดแล้วมองหน้าน้องสาวด้วยสายตาเคร่งเครียด
“เอาละ บอกพี่มาตามตรง แท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่? พี่เตือนเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าช่วงนี้ให้เก็บตัวเงียบ ๆ อย่าได้ก่อเรื่องอันใดขึ้นมาอีก”
ฉู่ซือเยว่ก้มหน้าหงอยลงเล็กน้อย พลางเม้มริมฝีปากแน่น “ข้า…ข้าก็ไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะเป็นเช่นนี้เหมือนกันเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่อยากสั่งสอนนังคนชั้นต่ำนั่นก็เท่านั้น ตั้งใจจะป้ายความผิดให้มันต้องอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อจนไม่มีที่ยืน แต่ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าสาวใช้พยานกลุ่มนั้นโผล่มาจากที่ใด แล้วพวกนางยังกล้าพูดปดมดเท็จใส่ร้ายมู่เถาต่อหน้าท่านพ่ออีก!”
ยิ่งพูด ฉู่ซือเยว่ก็ยิ่งเจ็บใจจนตัวสั่น มือบางทุบลงบนฟูกนอนด้วยความคั