ษ และรู้สึกว่าตนเองสามารถกู้หน้าคืนมาได้ในฐานะผู้นำตระกูล เขาจึงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจพลางหยิบจอกชาขึ้นมาจิบอย่างสำราญใจ
“สหายเก่าของข้าให้หยิบยืมมา เขาเห็นข้าเดือดร้อนจึงยื่นมือเข้าช่วยทันที คนอย่างข้าย่อมต้องมีมิตรสหายที่พึ่งพาได้อยู่แล้ว”
“อ้อ…”
หลิวอันเซียงขานรับแผ่วเบา มุมปากพลันยกยิ้มเย้ยหยันขึ้นเล็กน้อย แต่ก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
“สหายของท่านช่างใจกว้างยิ่งนัก เพียงแต่…เงินหมื่นตำลึงทองใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ ไม่ทราบว่าท่านพี่วางแผนจะเอาเงินที่ไหนไปคืนสหายท่านหรือเจ้าคะ?”
คำถามที่แทงใจดำนั้นทำเอาฉู่จิ้งหยวนชะงักไปชั่วครู่ ทว่าเขาก็รีบบอกปัดอย่างรำคาญใจ เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศอันแสนรื่นเริงของตนเอง
“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง เจ้ามีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือเตรียมงานวันเกิดให้ดีที่สุด กู้ชื่อเสียงสกุลฉู่กลับมาให้ได้ก็พอ”
กล่าวจบ เขาก็หมุนตัวเดินกลับออกจากเรือนเหมยฮวาไปอย่างอารมณ์ดี ฝีเท้าเบาสบายราวกับลอยได้ ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง
หลิวอันเซียงจ้องมองแผ่นหลังของสามีที่ค่อย ๆ หายลับไป ก่อนจะละสายตามามองหีบเงินเบื้องหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ บรรยากาศภายในห้องที่เคยอุ่นอบด้วยกลิ่นชาพลันเย็นเยือกขึ้นถนัดตา ก่อนที่เงาร่างสายหนึ่งจะว