ด อีกทั้งยังไม่คิดแม้แต่จะเอ่ยปากตำหนิสาวใช้เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย
ฉู่หยางคาดเดาได้ทันทีว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ท่านพ่อล่วงรู้แต่ไม่ได้พูดออกมา เขาจึงยื่นมือไปรั้งแขนเสื้อของน้องสาวเอาไว้เพื่อปรามโทสะ
“เยว่เอ๋อร์ พอได้แล้ว เจ้าใจเย็นลงก่อนเถิด”
“ท่านพี่! ท่านดูอาหารพวกนี้สิเจ้าคะ จะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร!” ฉู่ซือเยว่โต้เถียงอย่างไม่ยอมแพ้ เตรียมจะอาละวาดต่อ
“ข้าบอกให้พอ” ฉู่หยางเอ่ยเสียงต่ำพลางส่งสายตาเป็นเชิงเตือน
“ท่านแม่ทำเช่นนี้ย่อมต้องมีเหตุผลแน่ ยามนี้สถานการณ์ในจวนอาจไม่ปกติ เจ้าอย่าเพิ่งวู่วามทำเรื่องให้บานปลายไปมากกว่านี้เลย”
เมื่อฉู่ซือเยว่ได้สบกับสายตาที่เย็นชาและดุดันของพี่ชาย นางที่เคยปากเก่งก็พลันรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง ความโอหังเมื่อครู่มลายหายไปเหลือเพียงความไม่พอใจที่ยังคงคุกรุ่น นางยอมสงบปากสงบคำแต่โดยดี ทว่าก็ไม่วายชักสีหน้าบึ้งตึงและกระแทกตัวนั่งลงกับเก้าอี้อย่างหัวเสียจนเกิดเสียงดัง
ฉู่หยางละสายตาจากน้องสาวที่เอาแต่ใจ ก่อนจะหันไปทางประมุขของโต๊ะที่นั่งนิ่งเงียบมานาน นัยน์ตาคมกริบฉายแววเคร่งเครียดขณะเอ่ยถามบิดาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ท่านพ่อขอรับ แท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ เหตุใดท่านแม่จึงต้องสั่งรัดเข็ม