หยันออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะเดินเข้าไปหาหลี่ชิงเฟิงช้า ๆ จนอีกฝ่ายต้องลอบถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ทรัพย์สินสกุลฉู่อย่างนั้นหรือ?”
“พ่อบ้านหลี่ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าทรัพย์สินกว่าแปดในสิบส่วนในคลังนี้ ล้วนแต่มาจากสินเดิมของข้าที่ถูกถ่ายโอนเข้ามา เพื่อพยุงฐานะของสกุลฉู่ตลอดสิบปีที่ผ่านมา หรือเจ้าลืมไปแล้วว่าตำแหน่งฮูหยินของข้านั้น มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการจัดการเรื่องภายในจวนทั้งหมด!”
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มสั่นไหวของเขา
“เจ้าเป็นเพียงบ่าวรับใช้ แต่กลับกล้ามาทวงถามรายงานจากนายหญิงของจวน ช่างสามหาวนัก! หรือเจ้าคิดว่ามีฉู่จิ้งหยวนหนุนหลังแล้วข้าจะจัดการเจ้าไม่ได้?”
หลี่ชิงเฟิงหน้าซีดเผือดทันที ลำคอแห้งผากจนพูดไม่ออก ความกดดันที่แผ่ออกมาจากรอบกายของฮูหยินนั้น พลันทำให้เขาต้องก้มหน้าลงต่ำด้วยความยำเกรงอย่างไม่อาจเลี่ยงได้
“บ่าวเพียงแค่…”
“เถียนจื่อ! ตรวจสอบบัญชีคลังทั้งหมด หากพบว่ามีรายการใดที่สูญหายหรือถูกยักยอกไป จงลากตัวพ่อบ้านหลี่ที่รับผิดชอบไปส่งกรมยุติธรรมเสีย!” หลิวอันเซียงสั่งการเสียงเด็ดขาด
“เจ้าค่ะ” เถียนจื่อรับคำทันที