าวจะจัดการให้เรียบร้อย”
หลิวอันเซียงพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้ แววตาของนางกลับมานิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่นอีกครั้ง ก่อนจะถามต่อด้วยท่าทีสุขุม
“ยังมีเรื่องอันใดอีกหรือไม่?”
เถียนจื่อชะงักไปครู่หนึ่ง นางล้วงหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากสาบเสื้ออย่างระมัดระวังประหนึ่งเป็นของล้ำค่า แล้วส่งมอบให้ผู้เป็นนายด้วยสองมือ
“นี่เป็นจดหมายด่วนที่เพิ่งส่งมาจากหอหย่าฉาจูเจ้าค่ะ”
เพียงแค่ได้ยินชื่อสถานที่ หลิวอันเซียงที่เคยนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลายพลันเหยียดหลังตรงในทันที ร่างกายของนางตึงเครียดขึ้นมาอย่างฉับพลัน ใบหน้าที่เคยเฉยเมยราวกับรูปสลักกลับแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและจริงจัง
นางรับจดหมายมาด้วยใจที่เต้นระรัวด้วยความประหม่า นิ้วเรียวบางคลี่กระดาษออกอย่างสั่นเทา ก่อนจะกวาดสายตาไล่อ่านเนื้อความด้านในอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกตัวอักษร
ครั้นอ่านจบ มือบางของนางก็พลันสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ ความรู้สึกหลากหลายประดังประเดเข้าโจมตีหัวใจของนางในพริบตา ทั้งความหวังที่เริ่มผลิบาน ความหวาดหวั่นต่อสิ่งที่จะตามมา และความละอายใจอันหนักอึ้งจากเรื่องราวในอดีตที่นางเคยทำผิดพลาดไว้
“เถียนจื่อ…พรุ่งนี้เช้าเตรียมรถม้าให้พร้อม ข้าจะไปที่หอหย่าฉาจูด้วยตนเอง”
“เจ้าค่ะฮูหยิน”
เถียนจื่อก้มหน้าลงรับคำสั่งโดยไม่ซักไ