ม่ได้พูดอะไรอีกก็หยุดเดิน ยืนอยู่ใต้ต้นหลิวใหญ่แล้วก้มลงมองเธอ สายตาของเขาดูจริงจัง “แล้วเธอไม่มีอะไรจะบอกฉันบ้างเหรอ?”
หมิงจูขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอะไร “เรื่องไหนคะ? อยากรู้อะไรก็ถามมาตรงๆ สิ”
เจียงตั่วพูดตามตรง “เรื่องหมิงเสี่ยวเจี๋ย…”
หมิงจูชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็หัวเราะขึ้นมา “เจียงตั่ว คุณสุดยอดจริงๆ เลยนะ รู้จักกันได้ไม่นานก็เข้าใจฉันขนาดนี้แล้ว สงสัยว่าคุณคงจะสนใจฉันไม่น้อยเลยนะ”
“หยุดล้อเล่นได้แล้ว เข้าเรื่องเถอะ”
หมิงจูกระโดดออกจากอ้อมแขนเจียงตั่ว แล้วหันไปมองเขา เธอพูดอย่างจริงจังแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนว่า “ฉันตั้งใจจะจัดการหล่อนด้วยวิธีเดียวกับที่ใช้กับฉันค่ะ แต่ไม่อยากบอกรายละเอียดกระบวนการให้รู้ เพราะคุณเป็นคนซื่อตรง อาจจะไม่พอใจกับวิธีการของฉัน
ฉันบอกได้แค่ว่า ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่มีเจตนาร้าย พวกเขาก็จะไม่ติดกับ และฉันก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายมีศีลธรรมแค่ไหน…อืม คุณอย่าห้ามเลยนะ คุณเพิ่งสัญญาว่าจะตามใจฉันทุกเรื่อง ห้ามคืนคำเด็ดขาด”
อยู่ด้วยกันมาหลายวัน เจียงตั่วย่อมรู้ว่าเธอเป็นคนที่ทำอะไรมีขอบเขต คนอื่นไม่หาเรื่องเธอก็จะไม่หาเรื่องใครก่อน
ยิ่งกว่านั้น เมื่อวานหมิงเสี่ยวเจี๋ยก็กล่าวหาเธอต่อหน้าสาธารณชน ถ้าหมิงจู