ับ หมิงฉางเหอก็พาหลานชายหมิงเทา และเรียกหมิงต้าโหย่วมาด้วยกันที่ลานบ้าน
เมื่อหมิงฉางเหอเห็นหมิงจูอยู่ตรงนั้น เขาก็พูดเข้าเรื่องทันที…
“หมิงจู เรื่องไท่สุ้ยฉันได้ยินมาหมดแล้ว ฉันมาเอาส่วนของฉัน”
หมิงจูมองเขาอย่างเย็นชา แล้วถามกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ปู่สี่เอาไท่สุ้ยของปู่มาฝากไว้กับหนูตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง!” หมิงฉางเหอไม่อยากพูดวกวนกับเธอ เขาตะคอกขึ้นมาด้วยใบหน้าเย็นชาและจริงจัง “ที่ดินผืนนี้เป็นของตระกูลหมิง ไท่สุ้ยที่เธอเจอที่นี่ มีส่วนของฉันอยู่ครึ่งหนึ่ง”
หมิงเทาได้ยินก็รีบเสริมว่า “ครึ่งหนึ่งอะไรครับคุณปู่ มันควรจะเป็นของเราทั้งหมดต่างหาก ยัยผู้หญิงที่ออกเรือนไปแล้วมีสิทธิ์มาเอาของของตระกูลหมิงไปได้ยังไง?”
หมิงจูไม่สนใจที่จะโต้ตอบ เธอหันไปมองหมิงต้าโหย่วแล้วถามว่า “หัวหน้าหมู่บ้าน คุณก็มากับพวกเขาด้วยเพื่อการนี้หรือคะ?”
หมิงต้าโหย่วสวมหน้ากากเสือยิ้มที่เคยสวมอยู่เสมอ “ใช่ว่าปู่สี่ของเธอมารบกวนฉันแล้วพูดเรื่องนี้หรอกนะ ที่จริงแล้วฉันก็รู้สึกว่า…เขาขอไท่สุ้ยไปบ้างก็ไม่มากเกินไปนัก เพราะที่ดินผืนนี้เป็นของตระกูลหมิงอยู่แล้ว”
“ปู่ของฉันนามสกุลหมิง ที่ดินผืนนี้ก็ย่อมเป็นของตระกูลหมิงอยู่แล้ว แต่มันเกี่ยวอะไรกับหมิงฉางเหอคะ? หัวหน้าหมู่บ้าน ถ้าคุณมีเวลามากน