เฉียวปินไม่มีความกล้าพอที่จะทำลายดวงตาของตัวเองจริงๆ จึงหันหลังวิ่งหนีไป ทิ้งไว้เพียงคู่รักที่ยังค้างอยู่ในท่าจูบกัน
หมิงจูกะพริบตาปริบๆ ‘คราวนี้แย่แล้ว…’
ตอนแรกก็พุ่งเข้าใส่เขา ตอนนี้ก็ยังบังคับจูบเขาอีก
เจียงตั่วจะต้องคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงร้ายกาจเต็มตัวแน่
แต่โชคดีที่เจียงตั่วไม่ได้ผลักเธอออกไป ไม่อย่างนั้นเธอคงอับอายขายหน้ามาก!
เธอแสร้งทำเป็นใจเย็น ยึดหลักว่าตราบใดที่ตัวเองไม่อาย คนที่อายก็คือคนอื่น แล้วก็ค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกจากเจียงตั่ว ก่อนจะกระแอมไอแล้วพูดว่า “ผู้กองเจียงคะ เรื่องนี้จะโทษฉันว่าฉวยโอกาสไม่ได้นะคะ ฉันแค่ตั้งใจจะจูบแก้มของคุณ แต่ไม่คิดว่าคุณจะหันหน้ามาเองอย่างนี้”
น้ำเสียงของเธอเจือด้วยความน้อยใจโดยไม่รู้ตัว
เจียงตั่วกลืนน้ำลายลงคอ เสียงของเขาแหบต่ำเล็กน้อย “นั่นเพราะว่ามีคนมา”
“ดังนั้นนี่เป็นเพียงความเข้าใจผิด อย่าถือสาเลยนะคะ… แต่ถ้าคุณถือสาจริงๆ ฉันก็รับผิดชอบไม่ได้หรอกค่ะ”
พูดจบเธอก็ยิ้มสดใสให้เจียงตั่ว แล้วลุกกลับไปที่แท่นเตาอิฐ หั่นขิงต่อไป
เจียงตั่วเองก็ลุกขึ้นยืน ร่างกายสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างๆ สีหน้าของเขาดูกระอักกระอ่วน “เธอจัดการต่อเถอะ ฉันจะออกไปดูข้างนอก”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
ขณะที่เจียงตั่วเดินออกจากห้องครัว นิ้วหัวแม่มือของเขาก็ลูบท