เฉียวปินไม่มีทีท่าว่าจะไป โจวชางหมิงเห็นดังนั้นจึงเตือนเขาว่า “เฉียวปิน ดึกแล้ว เรายังไม่กลับอีกเหรอ?”
“โอ๊ย เหล่าโจว คุณรีบอะไรนักหนา วันนี้เป็นวันมงคลของหัวหน้า ผมต้องรอแกล้งในคืนส่งตัวก่อนสิ!”
เจียงตั่วขมวดคิ้ว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น
โจวชางหมิงรับรู้ได้ว่าเจียงตั่วไม่อยากถูกรบกวน จึงยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “อย่าเลย อย่าอยู่ที่นี่รบกวนคืนแต่งงานของคู่บ่าวสาวเลย ไปกันเถอะ”
สุดท้ายเฉียวปินก็ถูกโจวชางหมิงดึงตัวกลับไป
เมื่อหมิงจูออกมาจากห้องครัว ทุกคนก็ออกไปไกลแล้ว
เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เห็นเจียงตั่วเก็บจานชามแล้วเอาไปล้างเอง
หมิงจูไม่ได้ห้าม การทำงานบ้านควรแบ่งเบากันอยู่แล้ว
เธอทำอาหาร เขาล้างจาน นี่เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว!
หมิงจูมองชายหนุ่มร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตรนั่งยองๆ ล้างจาน เธออดขำไม่ได้ รู้สึกว่ามันเป็นภาพที่ขัดแย้งกันดี จัดว่าน่ารักทีเดียว…
หลังจากเจียงตั่วล้างจานเสร็จแล้ว ท้องฟ้าก็มืดสนิท
ภายในห้อง หมิงจูจุดตะเกียงน้ำมันก๊าด และจัดการเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่เจียงตั่วขนมาจากที่อยู่เก่า
ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ใต้ชายคาเดียวกันตามลำพัง เธอจึงรู้สึกประหม่ามาก
และเจียงตั่วที่อยู่ข้างหลังก็คงไม่ต่างกัน
เขายืนอยู่ข้างเตียงอุ่น มองหญิงสาวร่างเล็กที่คุกเข่า