วาม
ดูเหมือนว่าป้าจะเก็บคำพูดนั้นมาใส่ใจด้วย
หมิงจูยิ้มตาหยี ลักยิ้มที่แก้มบุ๋มลงไปเล็กน้อย “คุณป้า คิดจริงจังขนาดนี้เลยเหรอคะ? ไม่เห็นต้อง…”
แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ เจียงตั่วที่อยู่ข้างๆ ก็กลับเข้าไปในบ้าน แล้วถามหมิงชุนนีอย่างจริงจังว่า “ป้าครับ ที่บ้านมีกระดาษกับปากกาไหม?”
หมิงจู “…”
โห เขาก็จริงจังกับเรื่องนี้ด้วย เรื่องอย่างการตีภรรยา จะไปเปลี่ยนแปลงหรือรับประกันได้ด้วยการเขียนสัญญาได้ยังไงกัน?
สองคนนี้… สุดยอดจริงๆ!
หมิงชุนนีต้องการหลักประกันเพื่ออนาคตของหลานสาว เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องทางทิศตะวันออก คุ้ยหาซองจดหมายเก่าๆ กับปากกาหมึกซึมที่เก็บไว้อย่างดีจากลิ้นชักตู้ไม้ขาหัก แล้วยื่นทั้งสองชิ้นให้เจียงตั่ว
ร่างสูงใหญ่ของเจียงตั่วยืนพิงมุมโต๊ะ ปลายปากกาเขียนลงบนกระดาษ เสียงขูดขีดดังขึ้นแผ่วเบา
ไม่นานเขาก็เขียนสัญญาเสร็จแล้วยื่นคืนให้หมิงชุนนี
หมิงชุนนีอ่านแล้วแต่เธอไม่รู้หนังสือ หมิงจูจึงเข้ามามองใกล้ๆ แล้วอมยิ้ม “ได้แล้ว แบบนี้แหละ”
หมิงชุนนีรีบเก็บมันอย่างระมัดระวัง ราวกับว่ามันสำคัญยิ่งกว่าเงินตรงหน้าเสียอีก
หมิงจูรู้ว่านี่คือเครื่องหมายปลอบใจของป้า จึงปล่อยให้ทำตามใจไปแบบนั้น
หลังจากนั้น เธอก็ออกไปส่งเจียงตั่วที่ลานบ้าน ทั้งสองยืนอยู่ใต้ต้นหลิวต้นใหญ่หน้าประตู หมิงจูเงยหน้ามอง