าของร่างเดิม จึงรู้เรื่องราวของหมิงชุนนีเป็นอย่างดี เธอหยิบกะละมังทองเหลืองขึ้นมา แล้วตักน้ำเต็มกะละมัง ก่อนจะกวักมือเรียกหมิงชุนนีให้เข้าไปหาใกล้ๆ
“ป้าคะ วันนี้ที่บ้านมีแขก เข้ามาล้างมือก่อนนะ”
หมิงชุนนีไม่กล้าแม้แต่จะมองเจียงตั่ว เธอหดคอและก้มตัวลง เดินไปที่ข้างกำแพงอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆ ขยับไปล้างมือข้างหมิงจู
เมื่อเจียงตั่วเห็นเช่นนั้น เขาก็ยกมือขึ้นหมายจะหยิบผ้าขนหนูที่แขวนอยู่บนราวเชือกส่งให้ แต่ไม่คาดคิดว่าหมิงชุนนีกลับห่อตัวแล้วทรุดนั่งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร้องขอความเมตตาเสียงดัง “อย่าตีฉันเลย ฉันไม่กล้าแล้ว!”
เจียงตั่วที่ถือผ้าขนหนูค้างอยู่ “…”
หมิงจูหันกลับไปมองเจียงตั่วที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเก้อเขิน เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมาเบาๆ
เธอหยิบผ้าขนหนูจากมือเขา แล้วดึงหมิงชุนนีให้ลุกขึ้นมาก่อนช่วยเช็ดมือให้ “ป้าคะ คนนี้ป้าเคยเจอแล้วใช่ไหม เขาคือผู้กองเจียงตั่ว หัวหน้าหน่วยทหารอาสาที่ย้ายมาประจำหมู่บ้านของเราเมื่อไม่นานมานี้ค่ะ”
หมิงชุนนีไม่พูดอะไร เพียงแต่พยักหน้าตอบรับ
หมิงจูพูดต่อ “เขากำลังจะแต่งงานกับหนูค่ะ”
คราวนี้หมิงชุนนีมีปฏิกิริยาตอบรับ เธอได้ยินคำว่า ‘แต่งงาน’ ดวงตาก็เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว รีบกำมือหมิงจูแน่น ส่ายหน้าอย่างกัง