เพียงคำพูดเดียวของหมิงจูก็ทำให้เจียงตั่วหน้าแดงก่ำแล้ว ใบหน้าสีเข้มของเขาดูเหมือนจะมีสีเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่งอย่างชัดเจน คนในยุคนี้ค่อนข้างบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เธอพยายามกลั้นหัวเราะแล้วถามอีกครั้งว่า “คุณช่วยพูดอะไรหน่อยสิคะ ถ้าไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันก็จะไม่รั้งคุณไว้หรอก”
เจียงตั่วไม่เคยเจอผู้หญิงที่พูดจาตรงไปตรงมาขนาดนี้มาก่อน เขารู้สึกยังไม่ค่อยชินนัก
แต่พอนึกถึงความเร่าร้อนเมื่อเช้าในห้องใต้ดินของเธอ ดูเหมือน… เรื่องนี้ก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไร
ทั้งสองคนทำเรื่องที่แนบชิดกันขนาดนั้นไปแล้ว เขาก็ต้องรับผิดชอบ เมื่อตั้งสติได้เจียงตั่วจึงพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ฉันอยากแต่งงานกับเธอ”
“ได้ค่ะ ในเมื่อคุณยังต้องการฉัน งั้นเงินสินสอดฉันไม่คืนให้แล้วนะ”
เจียงตั่วพยักหน้า จากนั้นก็ปิดปากเงียบกริบราวกับคนใบ้ ช่วยหมิงจูทำความสะอาดปลาอย่างตั้งใจ
ทั้งสองคนกลับมาที่ห้องครัว หมิงจูยังไม่รีบร้อนนำปลามาทำอาหาร แต่กลับเอาถั่วเหลืองที่แช่ไว้เกือบครึ่งชั่วโมงมาตำในครกจนละเอียดแทน
เจียงตั่วไม่ถนัดเรื่องทำอาหาร เขาไม่รู้ว่าเธอตำถั่วเหลืองไปทำไม แต่เมื่อเห็นเธอนั่งอยู่หน้าเตาโค้งตัวลงอย่างลำบาก เขาก็ยื่นมือออกไปช่วยทันที “ให้ฉันช่วยเถอะ”
หมิงจูส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณก่อไฟเป็นไหมคะ ช่วย