ถึงแม้เธอจะอยากรู้ภูมิหลังของเขามากแค่ไหน แต่เมื่อเจียงตั่วยังไม่พูดในตอนนี้ แปลว่าเขาต้องมีเหตุผลของเขา หมิงจูจึงไม่คิดจะซักไซ้ให้มากความ
ดวงตาของเธอเปื้อนรอยยิ้ม และตอบอย่างสบายๆ ไปว่า “ได้ค่ะ!”
เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด ปลาและขนมปังข้าวโพดก็พร้อมเสิร์ฟ
การผัดผักนั้นสิ้นเปลืองน้ำมันหมู ดังนั้นหมิงจูจึงนำมันฝรั่งหั่นเส้นไปลวกในน้ำร้อน แล้วเติมน้ำส้มสายชู ผักดองซอย และต้นหอมซอยลงไปคลุกเคล้า กลายเป็นอีกหนึ่งเมนูแทน
ทันทีที่เธอยกอาหารทั้งสองจานมาวางลงบนโต๊ะ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากลานบ้าน หมิงจูเงยหน้ามองเจียงตั่ว “สงสัยคุณป้าของฉันจะกลับมาแล้ว”
เจียงตั่วเดินตามหมิงจูออกจากโถงกลางมายังลานบ้าน แล้วก็เห็นหมิงชุนนีซึ่งสูงพอๆ กับหมิงจูยืนอยู่ตรงลานบ้าน
แม้หมิงชุนนีจะมีอายุเพียงสามสิบกว่า แต่เธอกลับดูเหมือนคนวัยสี่สิบปี ผมเผ้าสกปรกยุ่งเหยิง ถักเปียคู่ที่ไม่เข้ากับวัย
เธอสวมชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มเก่าๆ ที่มีรอยปะเต็มไปหมด เสื้อผ้าดูเหลือบมันจากการใช้งานจนขึ้นเงา สภาพโดยรวมของเธอดู… ไม่ปกติเอาเสียเลย
เมื่อเห็นหมิงจู เธอก็เผยรอยยิ้มใสซื่อบนใบหน้าที่เปรอะเปื้อน แต่ไม่นานรอยยิ้มนั้นก็แข็งค้างทันทีที่เห็นเจียงตั่ว และในวินาทีต่อมา หมิงชุนนีก็หดคอและก้มหน้าลง
หมิงจูมีความทรงจำของเจ้