หมิงเสี่ยวเจี๋ยโกรธจนหน้าดำคล้ำ เธอตะคอกเสียงดัง “หมิงจู! แกชอบสวีข่ายไม่ใช่เหรอ แกมีสิทธิ์อะไรมาแต่งงานกับพี่เจียง?”
หมิงจูตอบกลับอย่างไม่แยแส “ใครบอกว่าฉันชอบสวีข่าย?”
สวีข่ายเพิ่งได้สติจากความตกใจกับสินสอดห้าร้อยหยวน หันขวับไปมองหมิงจู
“เธอบอกเองว่าชอบฉัน แถมยังเอาอาหารกับน้ำมาให้ตลอด ใครบ้างในหมู่บ้านที่ไม่รู้? ทำไม ตอนนี้พอเห็นสินสอดห้าร้อยหยวน เธอจะไม่ยอมรับแล้วงั้นหรือ?”
ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเจียงตั่วพลันมืดครึ้มลงทันที
เขาหันไปมองหมิงจูด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้
หมิงจูรู้สึกถึงสายตาของเจียงตั่ว เธอเหลือบมองสวีข่ายด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม จากนั้นก็กอดอกจ้องมองเขากลับอย่างไม่สะทกสะท้านพลางหัวเราะเยาะออกมา “น่าขำชะมัด! ฉันแค่เห็นว่าในบรรดาบัณฑิตที่บ้านพัก มีแต่นายคนเดียวที่ยากจนที่สุด อดมื้อกินมื้อ ฉันเห็นก็เลยสงสาร! ใครจะไปรู้ว่าการให้ทานกับนายกลับทำให้นายเข้าใจผิดคิดว่าฉันมีใจให้ ไม่ดูสารรูปตัวเองบ้างเลย! เหอะ เทียบกับผู้กองเจียงแล้วนายมีอะไรดีบ้าง ต่อให้ไม่มีผู้กองเจียง ฉันก็ไม่ชอบคางคกอย่างนายหรอก!”
หมิงจูพูดจบ เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นทันที
เธอกวาดสายตามองคนที่อยู่รอบๆ ก่อนที่ดวงหน้าอ่อนเยาว์จะฉีกยิ้มเย็นชา “ฉันจะคุยเรื่องแต่งงานกับผู้กองเจียง พวกคุณยังไม่ไปอีกเหรอ?”
คนที่