งในระยะไกลอย่างไม่คิดต่อสู้
“หืม?”
ฝูหลงอรหันต์ดึงกระบองกลับ ถอนคิ้วอย่างสงสัย ท่าทีของลวี่หยางดูเฉยเมยเกินไป…ผิดปกติ
เขากวาดตามองสังเวียน แล้วก็เห็นจ้าวซวีเหอที่อยู่ขอบเขตสมรภูมิ พลังใต้ฝ่าเท้าพวยพุ่งเป็นเมฆมงคลสีทอง กำลังฝึกควบแน่นเสาเต๋าอย่างสุดกำลัง
หากเขาบรรลุสำเร็จขึ้นมา นั่นย่อมเป็นปัญหาใหญ่
“คิดถ่วงเวลา? หวังให้เขาฝ่าวางรากฐานสำเร็จ?”
อรหันต์ฝูหลงเข้าใจโดยฉับพลัน ลวี่หยางเอาเด็กนี่มาเป็นเหยื่ออีกแล้ว อย่างมากก็แค่เปลี่ยนตัว แต่ยังไร้ผลอยู่ดี!
“เช่นนั้น ข้าขอสะสางเขาก่อน!”
ทันใด อรหันต์ฝูหลงพุ่งมายืนต่อหน้า ทะเยอทะยานจะจับจ้าวซวีเหอเป็น “ผู้พิทักษ์วัชระ” ก่อน แล้วค่อยกลับไปฆ่าลวี่หยางทีหลัง
เมื่อจ้าวซวีเหอเห็นภาพนั้น สีหน้าก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ตั้งแต่แปดเจินเหรินโผล่ขึ้นมา เขาก็รู้ทันทีว่าถูกใช้เป็นเหยื่อล่ออีกแล้ว!
เขายังฝืนใจพยายามฝึกฝน เพียงเพราะหวังสุดท้ายเพียงริบหรี่
แต่ตอนนี้…ความหวังแตกสลายสิ้น
อารมณ์ของเขาสับสนปั่นป่วนอย่างถึงที่สุด
ความสิ้นหวัง…ความอ่อนล้า…ความเจ็บแค้น…เวียนว่ายในห้วงคิดจนกลั่นเป็นเพลิงโทสะลูกใหญ่
“พวกสารเลว! สารเลวทั้งนั้น!”
เขาอ้าปากพ่นเลือด ดวงตาแดงฉานจนเส้นเลือดปริแตก มีเพียงความคิดเดียวกู่ก้องในใจ
“ข้าอยู่ไม่รอด…พวกเจ้าก็อย่าหวังจะอยู่รอด!”
“พวกเจ้าตายไปพร้อมข้าเถอะ!!”
พริบตานั้น จ้าวซวีเหอยื่นมือคว้าลงสู่พื้นภูเขากะโหลก
พลังอัสนีมืดพวยพุ่ง