ขึ้น แล้วกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “ฮึ ก็แค่นักหลอมอาวุธขั้นสองคนหนึ่ง จะวางท่าอะไรนักหนา หรือคิดว่าตนเป็นเจ้าหออาวุธจริง ๆ”
สีหน้าของจ้าวฉีรุ่ยก็ไม่น่าดูเช่นกัน เขาแค่นเสียงเย็น “อวดดีนัก เหลียงอวี่ผู้นี้หยิ่งผยองเกินไป”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองมีสีหน้าเดือดดาล ฉินหยงก็รู้ทันทีว่าพวกเขาต้องประสบความล้มเหลว จึงรีบถอยไปยืนด้านข้าง ไม่กล้ายั่วโมโหพวกเขาอีก
“ปรมาจารย์เหลียง โปรดอย่าโกรธไปเลย องค์ชายฉีผู้นั้นเป็นคนเหลวไหลมาแต่ไหนแต่ไร อย่าให้คนเช่นนี้ทำให้ท่านอารมณ์เสียจนเสียสุขภาพ” จ้าวจิงกล่าวกับเหลียงอวี่หลังจากจ้าวเฟิงและคนอื่น ๆ จากไป
เหลียงอวี่พยักหน้าโดยไม่พูดอะไร คิ้วขมวดแน่น กำลังครุ่นคิดว่าจะลบความประทับใจที่ไม่ดีที่ฉินเฉินมีต่อเขาอย่างไร ถอนหายใจ… จ้าวเฟิงผู้นั้นช่างเป็นตัวซวยจริง ๆ
จ้าวจิงมองเหลียงอวี่ที่กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก จากนั้นสายตาก็เหลือบไปยังฉินเฉินเล็กน้อย เด็กหนุ่มผู้นี้คือใครกันแน่ ถึงทำให้ปรมาจารย์เหลียงอวี่ถึงกับล่วงเกินตระกูลฉินและองค์ชายฉีเพราะเขา
อย่างไรเสีย ตระกูลฉินก็เป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ที่สุดของอาณาจักรต้าฉี แม้เหลียงอวี่จะเป็นนักหลอมอาวุธของหออาวุธ ไม่จำเป็นต้องสนใจความคิดเห