งค์ชายฉี ดูเหมือนข้าจะไม่ได้สนิทกับท่าน ข้าจะไม่อยู่ต่อแล้ว”
ในใจของเหลียงอวี่พลุ่งพล่านด้วยความโกรธ “จ้าวฉีรุ่ยยังคิดจะเข้าหาฉินเยว่ฉืออีก เขาไม่รู้หรือว่าตัวเองมีชื่อเสียงอย่างไร หากฉินเฉินเห็นข้าอยู่กับคนผู้นี้ เขาคงเข้าใจผิดอีกแน่”
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาจึงแค่นเสียงเย็น “ในฐานะเชื้อพระวงศ์ องค์ชายฉีควรระมัดระวังภาพลักษณ์ของตนบ้าง วัน ๆ เอาแต่คลุกคลีอยู่กับสตรีที่มีสามีแล้ว หากมีผู้ใดเห็นเข้าก็คงคิดว่าพวกท่านกำลังมีชู้กัน”
“เจ้า…” ใบหน้าของจ้าวฉีรุ่ยเขียวคล้ำด้วยความโกรธ ตัวสั่นด้วยความเดือดดาล
“ท่านพี่แปด ปรมาจารย์เหลียงกล่าวถูกต้อง ต่อไปเมื่อเดินทางกับผู้อื่น ต้องรู้จักวางตัว อย่าทำตัวเหลวไหลจนทำให้ศักดิ์ศรีของราชวงศ์เสื่อมเสีย” จ้าวจิงกล่าวพลางเหลือบมองจ้าวฉีรุ่ยอย่างเย็นชา
จ้าวฉีรุ่ยไม่กล้าโต้เถียง เพราะสถานะของจ้าวจิงในราชวงศ์สูงกว่าเขามาก ในเวลานี้จึงทำได้เพียงกดความโกรธไว้ แล้วกล่าวว่า “ขอรับ พี่ใหญ่”
ทั้งสองจึงรีบจากไปอย่างหม่นหมอง
“ฮูหยิน เมื่อครู่การสนทนาของท่านกับปรมาจารย์เหลียงเป็นอย่างไรบ้าง” ฉินหยงถามทันทีเมื่อจ้าวเฟิงกลับมายังที่นั่งบนอัฒจันทร์
ใบหน้าของจ้าวเฟิงซีดขาว แววตาอำมหิตวาบ