ากับมารดาใช้จ่าย ล้วนได้มาจากสิ่งที่ข้าหามาเอง พวกเจ้าเคยช่วยเหลือพวกเราสักครั้งหรือ?”
กล่าวถึงตรงนี้ ฉินเยว่ฉือเงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน จ้องมองฉินหยวนหงที่นั่งอยู่ตำแหน่งสูงสุด จากนั้นมองไปยังฉินเฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วกล่าวเบา ๆ
“เฉินเอ๋อร์ ที่นี่ไม่มีที่สำหรับพวกเราแล้ว ไปเถิด แม่ลูกไปจากที่นี่กัน”
ฉินเฉินพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ท่านแม่ ข้าจะไม่ยอมให้ท่านต้องลำบากแม้แต่น้อยเด็ดขาด!”
เมื่อพูดจบ ทั้งสองก็หันหลังและเดินออกจากห้องโถง
“น้องสาม!”
ฉินหยวนจื้อร้องออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ จากนั้นมองไปยังฉินหยวนหง
ในเวลาเดียวกัน ฉินกังและองครักษ์จำนวนหนึ่งก็ขวางทางฉินเฉินและฉินเยว่ฉือเอาไว้ ไม่ให้ทั้งสองเดินต่อ
สายตาของฉินเฉินพลันเย็นเยียบ
“ไอ้สัตว์ตัวน้อย เจ้าไปล่วงเกินปรมาจารย์หลียงอวี่ ทำให้ตระกูลฉินของเราตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ แล้วเจ้าคิดว่าจะเดินจากไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?” จ้าวเฟิงกล่าวอย่างโหดร้าย
“ผู้นำตระกูล ท่านผู้อาวุโส ข้าคิดว่าควรจับไอ้สัตว์ตัวนี้เอาไว้ แล้วส่งตัวไปให้ปรมาจารย์หลียงอวี่เสียจะดีกว่า”
ฉินเยว่ฉือหันกลับมา นางไม่สนใจเสียงโวยวายของจ้าวเฟิง แต่มองตรงไปที่ฉินหยวนหง
“ฉินหยวนหง เจ้