าย แต่ยังถือว่าให้ความช่วยเหลือเสียด้วยซ้ำ หากเจ้าหมอนั่นกล้ามาเอาเรื่องถึงตระกูลฉินจริง เขาย่อมไม่ปล่อยไปง่าย ๆ แน่
“เจ้ากล้าล่วงเกินปรมาจารย์หลียงอวี่จริง ๆ หรือ?” เมื่อได้ยินคำพูดของฉินเฉิน ดวงตาของฉินอิงก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“เขาพูดว่าอย่างไรบ้าง?”
“ปรมาจารย์หลียงอวี่ไม่ได้มา แต่ฉินเฟินบอกว่าเจ้าล่วงเกินปรมาจารย์หลียงอวี่ในหอตีอาวุธ ทำให้เขาถูกตีและถูกด่า แถมยังทำหินนิลทมิฬที่ใช้หลอมอาวุธล้ำค่าหายไป ตอนแรกข้าไม่เชื่อ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นความจริง เจ้า…เฮ้อ ข้าจะพูดอะไรกับเจ้าดี?”
ฉินอิงทั้งโกรธทั้งผิดหวัง
“ท่านผู้นำตระกูลกำลังตามหาเจ้าไปทั่ว บอกว่าทันทีที่เจ้ากลับมา จะต้องเอาเรื่องเจ้าทันที เจ้าควรออกไปหลบก่อนจะดีกว่า”
แม้ฉินอิงจะดูโกรธ แต่ลึกลงไปในใจนางกลับเป็นห่วงฉินเฉินอย่างยิ่ง
“ที่แท้ก็เป็นฉินเฟิน แล้วการที่เขาทำหินนิลทมิฬหายมันเกี่ยวอะไรกับข้า?” ฉินเฉินหัวเราะเยาะ จากนั้นเหมือนนึกอะไรขึ้นมา สีหน้าก็เปลี่ยนไป “แล้วมารดาของข้าเล่า?”
“ไม่ต้องกังวล ท่านอาสะใภ้ไม่เป็นอะไร แต่เจ้า…”
ก่อนที่ฉินอิงจะพูดจบ จู่ ๆ ก็มีทหารองครักษ์สองแถวพุ่งออกมาจากด้านข้าง ชูกระบี่และอาวุธในมือ ล้อมฉิน