“อะ…อะไรนะ เจ้าจะทำอะไร?”
สีหน้าของเว่ยเจิ้นเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง แต่ทันใดนั้นเขาก็เห็นฉินเฉินยกมือขึ้นตบใส่หน้าเขาอย่างกะทันหัน เว่ยเจิ้นตกใจและรีบยกมือขึ้นป้องกัน ทว่า การตบของฉินเฉินรวดเร็วเกินไป ก่อนที่เขาจะทันได้ยกมือขึ้น ฝ่ามือที่แฝงพลังปราณแท้ก็ฟาดใส่ใบหน้าของเขาอย่างแรงแล้ว
เพียะ!
เสียงดังชัดเจนก้องขึ้น เว่ยเจิ้นถูกตบจนร่างลอยกระเด็น เลือดผสมฟันกระเด็นกลางอากาศ ก่อนจะตกลงพื้นเสียงดังเหมือนตุ๊กตาผ้า ใบหน้าครึ่งหนึ่งบวมช้ำเป็นสีม่วงคล้ำ เขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
เมื่อเห็นภาพน่าตกใจเช่นนี้ เว่ยเจิ้นผู้พี่ถึงกับขาอ่อน ร่างกายเย็นวาบ สิ่งเดียวที่เขาคิดได้คือรีบหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่ตำแหน่งที่ฉินเฉินยืนอยู่กลับขวางทางหนีของเขาไว้พอดี
“ไอ้สารเลว เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร กล้าตบข้าเช่นนี้ เจ้าตายแน่ รู้ไหม เจ้าตายแน่…”
เว่ยเจินพยายามฝืนลุกขึ้นนั่ง พลางคำรามอย่างเดือดดาล ดวงตาแดงก่ำ ราวกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและคลุ้มคลั่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวดูน่ากลัวจนทำให้คนขนลุก
ความโกรธ ความโกรธที่บ้าคลั่ง ความโกรธที่ไม่เคยมีมาก่อน!
ตั้งแต่เด็กจนโต เว่ยเจินเคยถูกทำให้อับอายเช่นนี้ที่ไหนมาก่อน ความ