เมื่อได้ยินคำพูดของฉินเฟิน จ้าวหลิงซานมองฉินเฉินด้วยความสงสัย แล้วถามว่า
“คนผู้นี้ก็เป็นศิษย์ของตระกูลฉินของเจ้าหรือ?”
ฉินเฟินยิ้มแล้วกล่าวว่า
“องค์หญิงหลิงซาน ฉินเฉินแท้จริงแล้วเป็นบุตรของอาสะใภ้ของข้า เป็นคนจากตระกูลฉินของข้า…”
คำพูดของเขาคลุมเครืออย่างยิ่ง แต่จ้าวหลิงซานกลับเข้าใจทันที
“ที่แท้ก็คือบุตรนอกสมรสคนนั้น?”
จ้าวหลิงซานมองฉินเฉินอีกครั้ง แววดูแคลนปรากฏขึ้นในดวงตาของนาง
เรื่องของฉินเยว่ฉือนั้น ไม่ว่าจะเป็นขุนนางชั้นสูงในราชนคร หรือพ่อค้าเร่คนแบกหาม ล้วนรู้กันทั่วทั้งเมือง
ฉินเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเมินเฉยต่อทั้งสองคน
การที่ฉินเฉินเมินเฉยเช่นนี้ ทำให้ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นในใจของฉินเฟิน
เขาต้องการอวดตัวต่อหน้าจ้าวหลิงซาน จึงแค่นเสียงเย็น
“ไอ้เฉิน เจ้ายังปลุกพลังสายเลือดไม่ได้แท้ ๆ แต่กลับยังกล้ามาที่นี่เพื่อจะเป็นนักหลอมอาวุธ เจ้านี่ช่างประเมินตนเองสูงเกินไปจริง ๆ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรมายืนอยู่!”
ฉินเฉินเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา สีหน้าดูสับสนเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวอย่างเย็นชา
“เกี่ยวอะไรกับเจ้า?”
ฉินเฟินชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าก็มืดครึ้มลงทันที
นี่เป็นครั้งแร