ยักหน้าแล้วรีบกินเกี๊ยวต่อคำแล้วคำเล่า
ระหว่างกินก็นั่งชมไม่หยุด แต่พอกินไปได้ไม่กี่คำ เขากลับขมวดคิ้วจ้องมองเกี๊ยวที่กัดค้างไว้ครึ่งหนึ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นพูดว่า “ภรรยา หลายวันมานี้ข้ากินตัวอ้นมามากเกินไปงั้นหรือ เหตุใดพอกินเกี๊ยวเยอะๆ แล้ว ข้ากลับรู้สึกว่าได้กลิ่นตัวอ้นเล่า”
พรืด!
ในที่สุดเถียนฮวนก็กลั้นหัวเราะไม่ไหว
กู้ฉางสุ่ยเห็นนางหัวเราะจนตัวงอ เขาก็เบิกตากว้างทันที!
“ลิ้นข้าไม่ผิดแน่! ในนี้มีเนื้อตัวอ้นจริงๆ ด้วย!”
“ข้าใส่เนื้อตัวอ้นไปนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ นะ” เถียนฮวนรีบกลั้นหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “ข้าสับละเอียดแล้วคลุกลงไปในไส้ จุดประสงค์ก็เพื่อให้ไส้เกี๊ยวหอมขึ้นแค่นั้นเอง ท่านไม่รู้สึกเหรอว่าเกี๊ยววันนี้ทั้งหอมทั้งสดใหม่กว่าทุกวัน”
“ก็จริง” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า แต่ทันใดนั้น เขาก็ลืมตาโพลงขึ้น “โธ่! แสดงว่าเจ้ากำลังใช้ข้าเป็นหนูลองชิมอาหารจากตัวอ้นที่เจ้าคิดตำรับเองอีกแล้วสินะ!”
“ใช่!” เถียนฮวนผงกหัวรับ ดวงตาวาววับจ้องเขาอย่างไม่หลบซ่อน สีหน้าดูราวกับจะบอกว่า ‘ข้าทำแล้ว แล้วต่อไปยังจะทำอีกด้วย ท่านจะทำอะไรข้าได้’
กู้ฉางสุ่ยรู้ตัวทันทีว่า…เขาไม่มีทางทำอะไรนางได้