ามอีกคำ ก็ยิ่งรู้สึกถึงความสดชื่น
ทั้งสองคนหิวโหยอยู่แล้ว จึงกินข้าวในถ้วยหมดอย่างรวดเร็ว
เมื่อกินข้าวหมด หม้อบนเตาข้างโต๊ะก็ส่งกลิ่นหอมชวนกินยิ่งขึ้น
เถียนฮวนเปิดฝาหม้อออกแล้วโรยเกลือกับต้นหอมซอยหยิบมือหนึ่ง กลิ่นหอมของตัวอ้นก็ผสานเข้ากับกลิ่นต้นหอมทันที ชวนให้น้ำลายสอ
เถียนฮวนรีบตักแบ่งให้กู้ฉางสุ่ยหนึ่งถ้วย
“ลองชิมดู นี่คือตัวอ้นตุ๋นน้ำใส อร่อยหรือไม่”
กู้ฉางสุ่ยไม่เกรงใจ รีบคีบเนื้อตัวอ้นที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มกินคำหนึ่ง แล้วซดน้ำแกงอีกอึกทันที จากนั้นก็ผงกหัวแรงๆ
“อืม รสชาติสดชื่น ไม่มันเลี่ยน อร่อยมาก!”
“ตัวอ้นพะโล้กับตัวอ้นตุ๋นน้ำใส อันไหนอร่อยกว่ากัน” เถียนฮวนถาม
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของกู้ฉางสุ่ยก็พลันหายไป ขมวดคิ้วอย่างคนใช้ความคิด
เขากะพริบตาสองที แล้วก้มหน้าลงไปตักตัวอ้นพะโล้คำหนึ่ง ก่อนจะคีบตัวอ้นตุ๋นน้ำใสมากินอีกคำหนึ่ง
เขาคีบอาหารทั้งสองสลับกันอยู่พักใหญ่
“พอเลย!” เถียนฮวนรีบกดมือลงบนตะเกียบของเขาที่ยื่นไปทางอาหารอีกครั้ง “หากท่านกินแบบนี้ต่อไป ตัวอ้นสองตัวนี้คงได้ลงท้องท่านหมดแน่!”
กู้ฉางสุ่ยจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นมองนางด้วยแววอ้อนวอนน่าสงสา