ถูก ข้าควรคิดไว้แต่แรกแล้วว่าจะต้องเจอเรื่องแบบนี้”
“เพราะฉะนั้น อย่าไปใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยพวกนั้นเลย ที่สำคัญก็คือตอนนี้พวกเรามีเงินแล้ว! ตั้งหกตำลึง! มีเงินเท่านี้ เราซื้อของได้ตั้งมากมายเลยนะ!”
น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของเขาช่วยให้เถียนฮวนอารมณ์ดีขึ้นทันที
“ท่านพูดถูกที่สุด เราควรรีบไปซื้อข้าวสาร แป้ง น้ำมัน และเกลือ นี่แหละคือของจำเป็นที่สุด ส่วนอย่างอื่นค่อยว่ากัน ไม่ต้องรีบ”
“ถูกต้อง!” กู้ฉางสุ่ยรีบพยักหน้า แล้วจับมือนางไว้แน่น ก่อนจะเดินจูงมือกันไปทางตลาดด้วยความเบิกบานใจ
วันนี้พวกเขาเข็นรถเข็นล้อเดียวมาด้วย เมื่อมีเงินอยู่ในมือก็ยิ่งซื้อของแบบไม่ยั้ง ไม่ทันไรก็ซื้อของจนเต็มรถ แล้วจึงพากันกลับบ้านด้วยความพึงพอใจ
ระหว่างทางกลับบ้าน พวกเขาเดินผ่านร้านบะหมี่ของท่านอาสามอีกครั้ง
เห็นแต่ไกลๆ ว่าร้านบะหมี่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากมาย เมื่อเดินเข้าไปใกล้ บรรยากาศก็คึกคักยิ่งนัก
หม้อใบใหญ่ตั้งอยู่บนเตา น้ำแกงกำลังเดือดปุดๆ อาสะใภ้สามก็กำลังนวดแป้งและลวกเส้นอย่างขะมักเขม้น ส่วนท่านอาสามเองก็ถือถ้วยบะหมี่วิ่งวุ่นไปมาในร้านไม่หยุดหย่อน
ลูกค้าที่นั่งอยู่ก็เร่งกันเสียงดัง “ท่านอาสามสวี