พวกเขาเดินตามยามเฝ้าประตูเข้าไปด้านในจวนคหบดีหวัง จากนั้นมีสาวใช้แต่งกายเรียบร้อยผู้หนึ่งเดินนำทางไปยังลานด้านหลัง
เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูเรือน ก็ได้ยินเสียงข้าวของตกแตกกระจัดกระจายดังโครมคราม ตามมาด้วยเสียงหญิงสาวตะโกนด่าดังลั่น
“ออกไป ออกไป ออกไป! พวกเจ้าทั้งหมดออกไปให้พ้น! ข้าหน้าตาอัปลักษณ์ยิ่งนัก ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเห็นข้าเป็นเพียงตัวตลก! ข้าไม่ให้ดู! ไปให้หมด!”
สาวใช้ที่พาเดินนำหน้าถอนหายใจ หันกลับมากล่าวอย่างจนใจว่า “ช่วงนี้แผลที่หน้าของอี๋เหนียงยังไม่ดีขึ้น ซ้ำยังปวดมาก นางเลยอารมณ์ไม่ค่อยดี ขอพวกท่านโปรดเข้าใจ”
หมอจางพยักหน้าเล็กน้อย “เจ็บกาย ใจย่อมปั่นป่วน ข้าเจอคนไข้เช่นนี้จนชินไปแล้ว”
สาวใช้ได้ยินเช่นนั้นก็เบาใจ รีบวิ่งไปเปิดประตูห้องเรียกเข้าไปว่า “อี๋เหนียงเจ้าคะ หมอจางจากเมืองหลวงของมณฑลมาดูอาการให้ท่านแล้วเจ้าค่ะ!”
“ไสหัวไป!”
ทว่าพวกเขากลับได้ถ้วยชาสีขาวใบหนึ่งที่ถูกเขวี้ยงออกมาแทนคำตอบ
“ระวัง!”
ผู้ติดตามหมอจางร้องเตือนเสียงหลง กู้ฉางสุ่ยมือไว รีบคว้าตัวหมอจางให้ถอยออกมาเล็กน้อย ถ้วยชาใบนั้นจึงเฉียดแก้มเขาไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะกระแทกพื้นแตกกระจายเป็นเศษผงขาวราวกับหิมะ
สาวใช้เห