็นเข้าก็ตกใจ รีบวิ่งเข้าไปในห้อง ใช้ทั้งคำหว่านล้อมและอ้อนวอน กว่าจะทำให้อี๋เหนียงสงบลงได้
พวกเถียนฮวนจึงได้ก้าวเข้าไปในห้อง ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันงาและกลิ่นยาแปลกๆ บางอย่าง
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังอี๋เหนียงผู้ได้รับบาดเจ็บจากน้ำร้อนลวก นางมีใบหน้ารูปไข่เล็กเรียว ขนคิ้วเรียวยาวดั่งใบหลิว ดวงตาหงส์เปล่งประกายเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน ผิวขาวเนียนละเอียดเปล่งปลั่งน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
น่าเสียดายที่ตอนนี้แก้มขวาของนางกลับบวมเป่งเป็นปุ่มปม ผิวหนังไม่เรียบเนียนเหมือนก่อน ซ้ำยังถูกพอกด้วยน้ำมันงาอีกชั้นหนึ่ง ดูน่ากลัวไม่น้อย
ทว่าเถียนฮวนกลับไม่รู้สึกหวั่นใจเลย
ในอดีตที่โรงหมอตระกูลเถียน นางเคยเห็นคนบาดเจ็บหนักกว่านี้มาแล้ว ใบหน้าถูกลวกเล็กน้อยเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่
ทว่าถูกพวกเขาจ้องมองเช่นนี้ ใบหน้าของซูอี๋เหนียงก็เริ่มเปลี่ยนสีอีกครั้ง
“จะรักษาก็รีบรักษา รักษาไม่ได้ก็ไสหัวไป อย่ามายืนหัวเราะเย้ยหยันข้าอยู่ที่นี่!”
หมอจางรีบเบือนสายตาไปทางอื่นก่อนกล่าวว่า “ขออี๋เหนียงยื่นมือมาให้ข้าจับชีพจรด้วยเถิด”
ซูอี๋เหนียงยื่นมือออกมา สาวใช้ก็รีบนำผ้ามาคลุมข้อมือไว้ หมอจางจึงค่อยๆ วางปลายนิ้วลงบนผ้าก่อ