สียเปรียบ ไร้เหตุผลใดให้กล่าวอ้าง
ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน สุดท้ายก็ได้แต่นิ่งเงียบมิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด
พวกเจียงซื่อเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว
บุตรชายคนโตของตระกูลเจียงรีบร้องโวยวาย “กู้ฉางสุ่ย เจ้าคิดจะเล่นกลอุบายอันใดกัน ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะ พวกข้าไม่ตกหลุมพรางเจ้าหรอก!”
พี่น้องตระกูลเจียงอีกสองคนก็พากันโวยวายอย่างโกรธเคือง
“ใช่แล้ว! เจ้าสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์! เมื่อครู่ไม่รู้ว่าผู้ใดใช้อาคมใส่พวกข้า ทั้งหยิกทั้งกด เจ็บจะตายอยู่แล้ว! ไม่อย่างนั้นพวกข้าจะปล่อยพวกเจ้าไปง่ายๆ ได้อย่างไร”
“ข้ารู้มานานแล้วว่าเขาไม่มีทางเป็นคนดี! เมื่อครู่ข้าถึงกับเจ็บแทบสลบไปหลายครั้ง! ตอนนี้บนตัวข้ายังมีแผลอยู่เลย! พวกเขาต้องชดใช้ค่ายาให้ข้า!”
คนกลับกลอก กล่าวหาคนอื่นเพื่อเอาตัวรอด…ล้วนอยู่เบื้องหน้าของเถียนฮวนและกู้ฉางสุ่ย
เถียนฮวนฟังเสียงตะโกนด่าของพวกเขา ก็ถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
“พวกท่านก็แค่กลัวว่าหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยจะเอาเรื่อง จึงพยายามผลักความผิดมาให้พวกข้าใช่หรือไม่ ยังปากกล้าใส่ความว่าเราทำร้ายพวกท่านอีก! แต่เมื่อครู่ทุกคนก็เห็นเต็มตาว่าพวกท่านคนเยอะกว่า ร่างกายสูงใหญ่กว่า รุมทำร้ายพวกเรา! บาด