แล้วขว้างไปทางทิศที่เถียนฮวนชี้ว่าเงาดำหายไป
ทันใดนั้น เงาดำนั้นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง มันส่งเสียงร้องแหลมสูงออกมาแล้วพุ่งตัวเข้าไปในป่าไผ่ด้านใน
“อ๊าก! มัน…มันมาอีกแล้ว!”
เถียนฮวนตกใจจนร้องไห้ออกมา นางรีบปีนขึ้นไปบนตัวกู้ฉางสุ่ยทั้งมือทั้งเท้า
กู้ฉางสุ่ยรีบประคองนางไว้ แต่ในลำคอกลับหัวเราะออกมาอย่างเบิกบาน “ไม่ใช่สัตว์ที่น่ากลัวหรอกน่า แค่ตัวอ้น สัตว์พวกนี้มักอยู่ในป่าไผ่ ตัวใหญ่กว่าหนูธรรมดา แต่เนื้ออร่อยมากนะ! รสชาตินุ่มละมุน มีกลิ่นไผ่อ่อนๆ ด้วย”
“ท่านยังจะกล้าพูดอีก!”
เถียนฮวนโมโหจนกำหมัดทุบเขาไม่หยุด “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ ท่านจงใจใช่หรือไม่! รู้ทั้งรู้ว่าข้ากลัว ยังจะโยนหินทำให้มันออกมาหลอกข้าอีก!”
“ใช่ๆ เป็นข้าที่ผิดเอง แต่ตอนนี้เจ้าก็เห็นหน้าตามันแล้วไม่ใช่หรือ แบบนี้เจ้าก็ไม่ต้องกลัวแล้ว คืนนี้ก็ไม่ต้องฝันร้ายด้วย” กู้ฉางสุ่ยรีบพูด
ได้ยินเช่นนั้น หัวใจเถียนฮวนที่เต้นโครมครามไม่หยุดก็ค่อยสงบลง
“ท่านคิดแบบนั้นจริงหรือ” นางเอ่ยเบาๆ
“ใช่” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในใจคนเราก็คือเงารางๆ พวกนั้น ยิ่งเลือนรางก็ยิ่งชวนหวาดหวั่น เพราะเราจะคิดฟุ้งซ่านไปเอง แต่ถ้าได้เห็