นตัวจริง ก็จะได้รู้ว่ามันไม่มีอะไรเลย เหมือนอย่างตอนนี้ เจ้าก็เห็นแล้วว่าเงาที่หลอกหลอนเจ้าก็แค่ตัวอ้น ไม่เห็นน่ากลัวเลยสักนิด แต่ถ้าเจ้าคิดว่าข้ายังผิดอยู่ ไว้วันหลังข้าจะจับมันมาให้เจ้าย่างกินล้างแค้นให้สะใจเลย!”
คำพูดของเขาทำเอาเถียนฮวนหลุดขำออกมา
“ก็ได้ ตอนนี้ข้าก็ไม่กลัวแล้ว” นางตบไหล่เขาเบาๆ “วางข้าลงเถอะ”
กู้ฉางสุ่ยจึงค่อยๆ ปล่อยนางลง แล้วทั้งสองก็เดินต่อไปตามทางเล็กในภูเขา แต่คราวนี้ เถียนฮวนไม่กล้าเดินนำลิ่วๆ คนเดียวอีกต่อไป
นางเดินเคียงข้างกู้ฉางสุ่ย คุยเล่นเรื่อยเปื่อยกันตลอดทาง การเดินย่อยในยามราตรีจึงผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น
แม้สายลมยามค่ำจะพัดให้กิ่งไม้ไหวไปมา เงาไม้พลิ้วไหวทอดลงบนพื้น แต่เมื่อมีเขาอยู่เคียงข้าง เถียนฮวนก็ไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป
ทั้งสองเดินไปประมาณครึ่งชั่วยาม จนกระทั่งกู้ฉางสุ่ยรู้สึกว่าไม่แน่นท้องแล้ว จึงพากันกลับบ้าน อาบน้ำล้างหน้าแล้วจึงเข้านอน
กลางดึก เถียนฮวนที่เดิมซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนกู้ฉางสุ่ย กลับพลันลุกขึ้นนั่งทันที
“ข้านึกออกแล้ว!”
คราวนี้กลายเป็นกู้ฉางสุ่ยที่ตกใจแทน เขารีบลุกขึ้นนั่งเช่นกัน มองภรรยาด้วยความระมัดระวัง ในใจคิดว่า
นางละเมอหรือว่าตื่นจริง