บทที่ 139 พิสูจน์เคล็ดแท้ครั้งแรก เผยพลานุภาพ
“เจ้าเด็กน้อยบังอาจนัก!”
สิ้นคำของลวี่หยาง จู่ ๆ เจินเหรินแห่งนิกายเสินอู่ก็เดือดดาลราวระเบิด เพลิงโทสะปะทุขึ้น ก่อเกิดเป็นเตาไฟอันโชติช่วงลามไปทั่วเขากะโหลกแปดร้อยลี้
ต้องรู้ไว้ว่า ณ บัดนี้นิกายเสินอู่ก็กำลังอยู่ในห้วงวิกฤติเข้าขั้นพินาศล่มสลาย ประมุขนิกายผู้เดียวซึ่งอยู่ระดับวางรากฐานขั้นปลาย ก็ถูกล้อมสังหารที่นอกเขากะโหลกตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อน ส่วนผู้อาวุโสอีกสองซึ่งมีพลังถึงขั้นกลางก็สิ้นชีพไปในภายหลังจนหมดสิ้น เหลือแต่เขาผู้นี้ซึ่งเป็นเพียงวางรากฐานขั้นต้น ต้องออกหน้าดูแลกิจการของนิกายแทน
แท้จริงเขาเองก็รู้ดีว่า วิบัติแห่งนิกายมิใช่เรื่องเหนือคาดหมาย หากเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
แต่ในใจยังมีความคับแค้นยากลบล้าง ครั้นถึงคราวที่วันนั้นมาถึง เขาก็โกรธปะทุขึ้นมาในทันที แปรเปลี่ยนเป็นความกล้าอันเหี้ยมโหด รีบรุดแสดงพลังเวททั้งปวงออกมา
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะลองลิ้มวิธีการของมารชั่วดูสักครั้ง!”
สิ้นคำกล่าว เจินเหรินฮ่วนอู่ซึ่งรับหน้าที่แทนเป็นผู้นำนิกายเสินอู่ก็พลันขยับร่างขึ้นทันใด เสียงดังกึกก้อง พร้อมกับเผยให้เห็น ‘รากฐานแห่งเต๋า’ ของตน
ปรากฏร่างยักษ์ตนหนึ่ง!
เห็นได้ชัด ณ กลางฟ้าเวหา พลังโลหิตปะทุแผ่ไปไกลถึงแปดร้อยลี้ ท่ามกลางนั้นกลับมีเทพยักษ์ตนหนึ่งยืนตระหง่านในชุดเกราะเต็มยศ ใบหน้าเคร่งขรึมจ้องลวี่หยางอย่างไม่ลดละ
“รากฐาน