ี่คอยอุ้มชูพวกตนมา ทั้งสองก็พบหัวข้อสนทนาร่วมกัน ต่างคนต่างพูดไม่ขาดปาก ยิ่งพูดก็ยิ่งพบว่าความรักของผู้เฒ่าทั้งสองที่มีต่อพวกเขานั้นช่างคล้ายกันนัก
ผู้เฒ่ากู้ล่วงลับไปแล้ว ผู้เฒ่าถังสุขภาพย่ำแย่ ทั้งสองคนจึงรู้สึกโศกเศร้านัก
“เฮ้อ! ท่านปู่รักข้าอย่างสุดหัวใจจริงๆ ตอนมีชีวิตอยู่ก็คอยปกป้องข้าเสมอ พอใกล้สิ้นลมก็กลัวว่าพ่อแม่ข้าจะไม่หาภรรยาให้ข้า จึงแอบยัดของหมั้นใส่มือข้า บอกว่าให้ข้าไว้ทุกข์ครบสามปีก่อน แล้วค่อยไปขอบุตรสาวจากตระกูลถัง ท่านปู่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ข้าเลย เพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์เช่นวันนี้” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยเสียงเศร้า
“จริงๆ แล้ว พ่อแม่ข้าก็ไม่ค่อยเต็มใจจะให้ข้าแต่งงานหรอก บุตรสาวของซิ่วไฉ พวกเขาอยากจะยกให้น้องชายแต่งมากกว่า แต่เจี๋ยเกอเอ๋อร์ยังเด็ก ยังไม่ถึงวัยสวมหมวก ซ้ำยังไม่เคยชอบสตรีใดในหมู่บ้าน เขายืนกรานว่าจะต้องแต่งกับคุณหนูจากตระกูลใหญ่ให้จงได้ สุดท้ายก็เลยยอมให้ข้าแต่งงาน ทว่าพวกเขาก็ไม่คิดจะจัดงานแต่งงานให้ข้าเหมือนคนอื่น ข้ารู้ว่าพวกเขาเป็นอย่างไร พวกเขาไม่คิดจะให้ข้าแต่งอยู่แล้ว แค่ใช้ข้ออ้างนี้เพื่อบีบให้ตระกูลถังถอนหมั้นก็เท่านั้น ใครจะคิดว่าข้ากลับได้