?”
เพียงแค่คิด ความเย็นเยียบก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง
เป้าหมายแรกที่เขาสงสัยกลับมิใช่ผู้ใด หากเป็น “จ้าวยอดเขาปะสานฟ้า” ผู้ชั่วช้าโดยสันดานผู้นั้น
“ก่อนหน้านั้นเขายังพยายามคลุมถุงชนข้ากับบุตรีของตน”
“เห็นได้ชัดว่าเขาใส่ใจคัมภีร์เก้าแปรมังกรมากกว่าตัวข้าเสียอีก…เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมช่วงหลังถึงไม่มาพบข้าเลย?”
คิดถึงตรงนี้ จ้าวซวีเหอกลับเริ่มลังเลอีกครา ไม่อาจจับทิศความเปลี่ยนแปลงของจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าได้ ราวกับมีใครอีกคนหนึ่งควบคุมสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง เพียงแต่ด้วยระดับของเขาในตอนนี้…ยังมองไม่เห็น
แต่ในไม่ช้า เขาก็ตั้งจิตแน่วแน่ขึ้นอีกครา แววตาฉายแววทะเยอทะยาน
“ไม่ว่าอย่างไร ขอเพียงข้าทะลวงระดับวางรากฐาน ทุกสิ่งย่อมคลี่คลาย!”
“และเพื่อทะลวงวางรากฐาน ศึกกับนิกายเสินอู่ในครานี้…ข้าต้องเป็นผู้ชนะ! จึงจะได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากเจินเหรินผู้บัญชาการ!”
พลัน ขณะนั้นเอง ลำแสงเหินฟ้าสายหนึ่งก็พุ่งตรงมายังหอสูง
จ้าวซวีเหอเห็นแล้วพลันเผยแววตื่นเต้น รีบออกมาต้อนรับ “ศิษย์พี่ร่วมสำนักหยวนฉุน ท่านมาเช่นนี้…หรือว่ามีข่าวจากนิกายเสินอู่?”
ลำแสงแยกตัว เผยให้เห็นบุรุษหนุ่มรูปงามองอาจ คือหลู่หยวนฉุน
เขากลับส่ายหน้า สีหน้าเคร่งขรึม “ไม่ใช่ข่าวจากนิกายเสินอู่…แต่เป็นข่าวที่อาจารย์ส่งมาจากนิกายศักดิ์สิทธิ์ เจินเหรินท่านหนึ่งจากนิกายมาโดยตรง เพื่อกวาดล้างนิกายเสินอู่ให้สิ้น!”
จ้าวซวีเหอฟังแล้วลอบตก