ใจ “เป็นเจินเหรินท่านใด?”
“ไม่ทราบ…เพียงรู้ว่าเป็นเจินเหรินรุ่นใหม่ในช่วงปีหลัง พลังเวทไม่ธรรมดา พื้นเพก็สูงส่ง เป็นถึงผู้ที่ท่านจงกวงเจินเหรินยอมผลักดันด้วยตนเอง”
“ภารกิจครั้งนี้ เจินเหรินผู้นั้นเป็นผู้นำ กำกับการทั้งหมด โดยมีเจินเหรินอีกสามท่านสนับสนุน ได้เคลื่อนออกเดินทางแล้ว ด้วยความเร็วของเจินเหริน เกรงว่าจะถึงภูเขากะโหลกในชั่ววันหรือสองวัน…พวกศิษย์นิกายเสินอู่ที่ยังป้วนเปี้ยนหน้าตลาด ต้องรีบจัดการแล้ว!”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ สีหน้าของทั้งสองก็หม่นลง
เพราะช่วงปีหลังมานี้ ตลาดฝั่งฟ้าแห่งภูเขากะโหลก อยู่ในภาวะลำบาก
ราวสามถึงห้าปีก่อน ศิษย์สืบทอดคนหนึ่งของนิกายเสินอู่ นำผู้คนมาตั้งค่ายล้อมตลาดเอาไว้ ทำให้พวกเขาจำต้องตั้งรับในอาณาเขตตนเอง
แต่ไม่นานนัก สีหน้าจ้าวซวีเหอก็เปลี่ยนเป็นเร้าใจ “พี่ชายวางใจได้! บัดนี้ข้าได้ฝึกสำเร็จวิชาใหญ่ ขอเพียงออกไปประมือ ย่อมสามารถ…”
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็เกิดเสียงกึกก้องขึ้นนอกตลาด
โครมคราม!
ตลาดทั้งแห่งสะท้านไหว จ้าวซวีเหอและหลู่หยวนฉุนรีบออกมาดู เห็นที่นอกเขตตลาด มีชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งยืนถือทวน แววตาเย้ยหยัน
เขาเหยียดสายตาลงจากเบื้องสูง พลางหัวเราะดังลั่น “นี่หรือนิกายศักดิ์สิทธิ์ชื่อก้อง? ดูไม่เห็นมีอะไรพิเศษเลย ก็แค่เต่าหลายตัวในกระดอง! อาศัยกระดองนี่ถึงเอาตัวรอดได้ มีดีนักก็ออกมาสู้ข้าดู ข้าจะยอมให้ใช้งานแค่มือเดียว!”
“โอวหยางฮ่าวเจ๋อ…” จ้าวซวีเห