บทที่ 137 วางกลศึก ลวงจับอรหันต์ฝูหลง
ท้ายที่สุด เทพพิทักษ์ซู่หนี่ว์กับราชันแมลงต่างเห็นพ้องกัน ให้ปล่อยฝูงแมลงกลืนปราณที่แยกตัวออกมาเข้าไปตรวจหาทางในหุบเขา เพราะมีจำนวนมาก ต่อให้ตายไปบ้างก็ไม่ต้องห่วง
ทว่าไม่นาน ทั้งคนทั้งแมลงก็พากันนิ่งงัน
เพราะทันทีที่แมลงกลืนปราณเหล่านั้นหลั่งไหลเข้าไปในหุบเขา หมอกควันสายหนึ่งก็พุ่งตกลงบนตัวพวกมัน ช่องจมูกปากยากจะขวางกั้น พอพัดกวาดเข้าไป…
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลย
ไม่เพียงเทพพิทักษ์ซู่หนี่ว์กับราชันแมลงจะตะลึง แม้แต่หมอกควันนั้นเองก็ดูเหมือนจะงุนงงไปด้วย พอม้วนซัดอีกครา กลับยังคงไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
“มันเล่นกับดวงจิต”
นอกเกาะน้ำเต้า*ฮูลู่ ลวี่หยางกลับมองเห็นเงื่อนงำได้ในทันที “แมลงกลืนปราณที่แยกตัวออกมานั้นไร้ดวงจิต มีเพียงสัญชาตญาณ จิตสำนึกทั้งกลุ่มล้วนรวมอยู่ที่ราชันแมลง… หมอกควันนั้นไร้ผลต่อมัน หมายความว่าไม่เป็นอันตรายต่อกายเนื้อ แต่ใช้เล่นงานดวงจิต?”
ในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
“เจินเหรินผู้นี้… หน้าไม่อายนัก!”
เสียงนั้นดังมาจากกลางเกาะน้ำเต้า ใสกังวานน่าฟัง แฝงไว้ด้วยความไร้เดียงสา แม้จะเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แต่เมื่อเปล่งออกมากลับคล้ายเด็กสาวกำลังงอนอย่างน่าเอ็นดู
ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงระเบิดตูม
ในหุบเขาบนเกาะน้ำเต้า แสงแดงแยกออกสองสาย เผยให้เห็นภาพหุบเขาภายใน กลับกลายเป็นแท่นเวทศักดิ์สิทธิ์ บนแท่นวางอยู่ด้วยกระบี่ยาวสีเลือดที่แห