นื้อทั้งผัก สำหรับบ้านในชนบท นับว่าเป็นมื้อที่หรูหรามากแล้ว
เวลานั้นถังซานก็เพิ่งกลับมาจากโรงสอนตำราตระกูลถังที่อยู่ด้านหน้าบ้าน เขาเห็นโต๊ะอาหารแล้วก็พยักหน้าด้วยความพอใจ “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ทำกับข้าวไม่เหมือนใครจริงๆ สามปีที่ผ่านมาข้ากินแต่อาหารที่เจ้าทำ พอไม่ได้กินแค่สองวันก็รู้สึกเหมือนกินอะไรไม่อร่อย”
แต่หวังซื่อกลับขมวดคิ้ว “เหตุใดอาหารจืดชืดเช่นนี้ แบบนี้จะกินกับข้าวได้อย่างไร”
“ถ้าป้าสะใภ้รู้สึกว่าอาหารไม่ถูกปาก ก็ไปทำเพิ่มเองได้เลยเจ้าค่ะ ครัวอยู่นั่น ข้าไม่ได้ลงกลอนประตูเสียหน่อย” เถียนฮวนพูดอย่างไม่เร่งรีบ พลางยกทัพพีขึ้นมาตักน้ำแกงไก่ตุ๋นในหม้อดิน
นางตักน้ำแกงออกมาสี่ถ้วย ส่งให้ผู้เฒ่าถัง ถังซื่อ และกู้ฉางสุ่ยอย่างละถ้วย
ถังซานเห็นดังนั้นก็เชิดหน้ารออย่างมั่นใจ คิดว่าอีกถ้วยจะต้องเป็นของเขาแน่
แต่ไม่คาดว่า หลังจากเถียนฮวนยื่นถ้วยที่สามให้กู้ฉางสุ่ยแล้ว ก็กลับยกถ้วยสุดท้ายไปวางตรงหน้าตัวเอง แล้วก็นั่งลง!
พอมองเห็นแค่โต๊ะเปล่าๆ อยู่ตรงหน้า สีหน้าของถังซานก็มืดลงทันที
หวังซื่อก็หน้าตึงตามไปด้วย ถังหรูอี้เห็นดังนั้นก็รีบคว้าโอกาสร้องขึ้นว่า
“เถียนฮวน! เมื่อกี้ใครกันนะที่พร่ำบอกว่า