ู่!”
เมื่อหวังไห่ได้เห็นใบหน้าของชายผู้นั้นชัดเจนแล้ว ดวงตาก็เบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวดุจดั่งถูกพายุซัดกระหน่ำ
แต่ด้วยตำแหน่งของผู้นำตระกูลที่สั่งสมประสบการณ์มานานหลายปี ทำให้เขามีจิตใจที่เข้มแข็งกว่าคนทั่วไป จึงตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว แสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยกมือคำนับพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พี่มู่ สิบปีที่ไม่พบกัน ไม่คิดเลยว่าท่านจะทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงได้สำเร็จแล้ว”
“ข้ารู้สึกยินดีกับท่านจริงๆ”
“เพียงแต่ไม่ทราบว่า เหตุใดวันนี้จึงพาผู้คนมากมายมาเยือนที่นี่?”
มุมปากของมู่เสินฉวนยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่มีอะไรหรอก”
“แค่ผ่านมาทางนี้เท่านั้น”
“เลยแวะมาทำลายล้างตระกูลเจ้าเสียหน่อย”
หวังไห่สะดุ้งเล็กน้อย หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็ฝืนยิ้มออกมา “พี่มู่ช่างเข้าใจพูดเล่นเสียจริง ตระกูลเราสองตระกูลสนิทสนมกันมานานหลายปี ทั้งยังหมั้นหมายลูกหลานระหว่างตระกูลกันอีก”
“หรือว่าเยี่ยนหรันไปก่อเรื่องวุ่นวายอะไร?”
“หากเป็นเช่นนั้น ข้าหวังไห่ขอรับผิดเอง ตั้งแต่ที่นางไปฝึกตนที่ถ้ำหลิงซู ก็ยิ่งมีนิสัยเอาแต่ใจขึ้นทุกวัน”
ขณะที่ทั้งสองสนทนากัน เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ระดับขั้นรากฐานขั้นปลายของตร