ลังจิตเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่ใช่ใครอื่น นอกจากผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงผู้ก่อกำเนิดตำหนักวิญญาณแล้ว
ทันใดนั้นเองมู่เสินฉวนก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องรับรอง เขามองไปยังคนทั้งสามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“หึ! กล้ามาฆ่าคนในตระกูลมู่ถึงถิ่น”
“รนหาที่ตายจริงๆ!”
มู่หลางเห็นท่านผู้นำตระกูลมาถึงทันท่วงที ก็ถอนหายใจโล่งอก ขมวดคิ้ว ถอยกลับไปยืนอยู่ด้านหลัง และตรวจสอบรางวัลพลังฝึกตนที่ได้รับมาจากการแสดงฝีมือเมื่อครู่ด้วยความดีใจ
” มู่เสินฉวน!”
“เป็นไปไม่ได้!”
“ทำไมเขาถึงยังมีชีวิตอยู่!”
ใบหน้าหวังเยี่ยนหรันและหวังเสวียนเฟิงที่อยู่ข้างๆ เปลี่ยนไป ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง นี่ไม่เหมือนที่ผู้นำตระกูลหวังคาดการณ์ไว้เลย มู่เสินฉวนที่หายตัวไปสิบปี ไม่เพียงแต่มีชีวิตอยู่ กลับยังสามารถทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงได้ด้วย การปรากฏกายของเขาครานี้ ล่มแผนการพวกเขาให้สลายในพริบตา และมิรู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
“ทำไม?”
“เหมือนว่าพวกเจ้าจะตกใจกันจังเลยนะ ที่ข้ายังมีชีวิตอยู่”
มู่เสินฉวนเย้ยหยัน “บรรพบุรุษของตระกูลหวังยังมีชีวิตอยู่ แล้วเหตุไฉนข้าต้องตายก่อน?”
สิ้นคำพูดนั้น หวังเยี่ยนหรันและหวังเสวียนเฟิงก็รู้สึกราวกับตกอยู่ในขุมน้ำแข็ง ความหนา