ณ สวนทิงหลาน
หมอจับชีพจรเมิ่งเชียนเชียนเสร็จก็ส่ายหน้า พร้อมกับพรูลมหายใจยาวเหยียด
เขามายังอีกห้องที่อยู่ติดกัน
ลู่หยวนนั่งดื่มชาอยู่บนเก้าอี้
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรยืนเฝ้าอยู่ด้านข้าง เห็นหมอเดินมาก็ถามเขาว่า “หมอจาง เป็นอย่างไรบ้าง”
หมอประสานมืออย่างจนปัญญา “ขออภัยที่ข้าไร้สามารถ”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรขมวดคิ้ว “สาหัสเพียงนั้นเชียวหรือ”
ลู่หยวนเอ่ยนิ่งๆ ว่า “พ่อบ้านเฉิน ไปส่งหมอจางที”
พ่อบ้านเฉินที่อยู่หน้าประตูเดินเข้ามาด้านใน หิ้วล่วมยาของหมอจางขึ้นมา แล้วเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “ท่านหมอจาง เชิญขอรับ”
หมอจางคำนับให้ลู่หยวน ก่อนหันหลังออกไป
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรสีหน้าเหลือเชื่อ “ไม่สิ…เหตุใดแค่…นี่…เฮ้อ! คุกเข่าแค่ครู่เดียว…มีสภาพเช่นนี้เลยรึ”
เขาไม่รู้ว่าควรมีความเสียใจมากขึ้นหน่อย หรือมีความตกตะลึงมากขึ้นดี
“ใต้เท้า ไม่สู้…ข้าไปเชิญหมอหลวงมาดีหรือไม่”
อันที่จริงฝีมือการแพทย์ของหมอจางใช่ว่าด้อยกว่าหมอหลวง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีสิทธิ์มารักษาที่จวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงหรอก
ทว่า หมอแต่ละคนล้วนมีความถนัดเฉพาะตัว และบางคนก็สืบทอดวิชาลับจากต้นตระกูล ใครจะรู้บางทีอาจจะรักษาลู่ฮูหยินหายก็ได้
ลู่หยวน