้านิ่งสงบ ก็รีบคุกเข่าคำนับตาม
มีเมิ่งเชียนเชียนทำเป็นตัวอย่างอยู่เบื้องหน้า นางจึงพยายามทำเลียนแบบเต็มที่ ทว่าสุดท้ายก็ยังไม่เรียบร้อยเหมาะสม
จะว่าไปก็พิกลนัก เมิ่งเชียนเชียนเป็นเพียงบุตรสาวพ่อค้าวาณิช ทว่ากิริยาท่าทาง นึกไม่ถึงว่าจะเหมือนบุตรสาวชนชั้นสูงตระกูลใหญ่ขนานแท้
ลี่กุ้ยเฟยเบนสายตาอ่านยากผ่านเมิ่งเชียนเชียนไปตกลงบนร่างหลินหว่านเอ๋อร์ที่ไม่รู้หลักมารยาทครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนแย้มยิ้มอ่อนโยนตรัสว่า “แม้ว่าข้าจะมาจากตระกูลบัณฑิต ทว่าในใจข้านั้น ให้ความเคารพนับถือขุนพลต้าโจวผู้รักษาความสงบแก่ประชาราษฎร์ ตอนยังเล็กข้าไม่ชอบเล่าเรียนกฎระเบียบยุ่งยากซับซ้อนพวกนี้ แม่นางหลินกับลู่ฮูหยินลุกขึ้นเถิด!”
นึกไม่ถึงว่าจะเรียกหลินหว่านเอ๋อร์นำหน้าเมิ่งเชียนเชียน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่นางจงใจพูดจาให้ท้ายหลินหว่านเอ๋อร์เลย
รู้หลักมารยาทแล้วอย่างไร ในวังหลวงแห่งนี้ ไม่ได้ดูที่กิริยามารยาท แต่ขึ้นอยู่กับว่ากุ้ยเฟยให้ท้ายผู้ใด
หลินหว่านเอ๋อร์พลันเกิดความมั่นใจขึ้นมา
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ขอบพระทัยกุ้ยเฟย”
นางยกสองมือทับกันจรดหน้าผาก คำนับให้อีกหน ก่อนจะลุกขึ้นโดยมีปั้นซย่าคอยพยุง
หลินหว่านเอ๋อร์ก็ถูกลี่ว์หล