ัวพยุงขึ้นมาเช่นกัน
“นั่งสิ” ลี่กุ้ยเฟยยิ้มตรัส
เมิ่งเชียนเชียนนั่งลงตรงด้านล่างตำแหน่งหลักอย่างไม่เกี่ยงงอน
หลินหว่านเอ๋อร์เดินมานั่งลงข้างกายนาง
ลี่ว์หลัวลอบชำเลืองมองปั้นซย่า ปั้นซย่ายืนตรงไหน นางก็ยืนตรงนั้น
ลี่กุ้ยเฟยยิ้มตรัสว่า “วันนี้ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามา ก็ด้วยเรื่องของแม่ทัพลู่ พวกเจ้าล้วนเป็นสตรีที่ดีของแม่ทัพลู่ และแม่ทัพลู่ก็เป็นคนสนิทของฝ่าบาท ข้าจึงไม่คิดว่าทั้งสองเป็นคนนอก แม่ทัพลู่สร้างความดีความชอบที่ชายแดน กลับราชสำนักมาก็ถูกฝ่าบาทแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพเจิ้นเป่ยขั้นสาม เพียงแต่เมื่อไม่กี่วันก่อน แม่ทัพลู่ถูกอาลักษณ์หลวงยื่นฎีกาฟ้องร้อง ไม่เพียงลดขั้นลงขั้นหนึ่ง ได้ยินว่ายังโดนโบยอีกสามร้อยไม้ทหาร”
ลี่กุ้ยเฟยตรัสพลางพรูลมหายใจยาวเหยียด “ข้าได้ยินเรื่องนี้แล้ว ก็รู้สึกไม่สบายใจ แม่ทัพลู่ออกศึกสังหารศัตรู ปกป้องปวงประชา คุณูปการของเขาทั่วทั้งราชสำนักมีผู้ใดเทียมได้ แต่ดันมีคนเอาเรื่องเรือนหลังของเขามาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เพื่อไม่ให้วันข้างหน้าแม่ทัพลู่ต้องลำบากกับเรือนหลังอีก ข้าจึงอยากฟังความเห็นของพวกเจ้าทั้งสองดู”
เมิ่งเชียนเชียนไม่เอ่ยคำ
หลินหว่านเอ๋อร์เห็นนางไม่เอ่ยอะไร