หมื่นตำลึง?
คนผู้นี้แน่ใจหรือว่ามิได้โป้ปดเขาอยู่
“แม่ทัพลู่?”
พ่อบ้านเฉินยิ้มเตือน
ลู่หลิงเซียวแอบข่มอารมณ์พลุ่งพล่านในใจเอาไว้ เขาว่าแล้วเหตุใดจู่ๆ ลู่หยวนจึงเปลี่ยนใจ เพราะกำลังรอคอยอยู่นี่เอง
“ข้าไม่ได้พกเงินติดตัวมากเพียงนั้น”
พ่อบ้านเฉินยิ้มเอ่ย “ไม่เป็นไรขอรับ แม่ทัพลู่เขียนสัญญาหนี้ไว้ก็ได้ พวกเราจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงมีเหตุมีผลกันอยู่แล้ว”
ลู่หลิงเซียวแทบกระอักเลือด
พวกที่ไร้เหตุผลที่สุดในใต้หล้านี้ก็คือพวกเจ้าจวนผู้บัญชาการประจำนครหลวงนั่นแหละ เจ้ายังมีหน้ามาพูดจาคุยโวโดยไม่รู้สึกละอายได้อีกรึ
พ่อบ้านเฉิน “แม่ทัพลู่ไม่ยอม เช่นนั้นก็คงต้อง…”
ลู่หลิงเซียวกัดฟัน “เอากระดาษกับพู่กันมา!”
ลู่หลิงเซียวเขียนสัญญาหนี้เสร็จ ก็เดินตามพ่อบ้านเฉินไปรับคนที่สวนทิงหลาน
เพิ่งมาถึงลานเรือน ก็ได้ยินเสียงลู่หลิงหลงกำลังทะเลาะกับใครอยู่
“จะต้องเป็นเจ้าที่ใส่ร้ายข้าแน่!”
“ข้าไม่อยู่ในห้องด้วยซ้ำ จะใส่ร้ายเจ้าได้อย่างไร”
“นั่นมันสาวใช้ของเจ้า! นางเป็นคนทำแตก! จากนั้นก็โบ้ยมาให้ข้า!”
“ไผโบ้ยเจ้า? เห็นๆ อยู่ว่าเจ้าเป็นคนทำแตก! เจ้านอนดิ้นเกิน! พลิกตัวทีก็ทำแจกันร่วงแตกแล้ว! หนูน้อยก็เห็น! แม่นบ่