อาแต่มุดเข้าอ้อมอกเมิ่งเชียนเชียน เพื่อเลี่ยงการหม่ำๆ ข้าว
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยเสียงแผ่วว่า “เจาเจาเด็กดี ชิมคำหนึ่งนะ”
เป่าซูนิ่งไม่ไหวติง
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ยอีกว่า “แค่คำเดียว ไม่อร่อยก็ไม่กินแล้ว”
เป่าซูยังคงนิ่ง
เมิ่งเชียนเชียนใช้ท่าไม้ตาย ล้วงน้ำตาลก้อนห่อด้วยกระดาษน้ำมันชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าใบน้อย “กินเสร็จ จะให้เจ้า”
เป่าซูที่อยู่ในอ้อมอกนางหันหน้ามาเล็กน้อย ใช้หางตาลอบมองน้ำตาลก้อนแวบหนึ่ง น้ำลายไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
ณ ห้องหนังสือ
ลู่หยวนกำลังอ่านตำราอาวุธโบราณเล่มหนึ่ง
คนรับใช้ก็มารายงานว่า แม่ทัพเจิ้นเป่ยขอเข้าพบ
ลู่หยวนอ่านตำราในมือจนจบ จึงได้เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ให้เขาเข้ามา”
ลู่หลิงเซียวยืนตากลมหนาวพร้อมกับอาการบาดเจ็บอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม จึงถูกคนพาเข้ามาในจวน
เขารู้ดีว่าผู้บัญชาการใหญ่จงใจข่มเขา โทสะคับแน่นเต็มอก แต่ตำแหน่งขุนนางของเขาสูงไม่เท่าลู่หยวน จึงจำต้องกล้ำกลืนลงไป
ลู่หยวนนั่งอยู่บนเก้าอี้กวนเม่าแกะสลักหงส์มังกร การแต่งกายเรียบร้อย ชุดคลุมสีม่วงตัวกว้างใต้แสงเทียนสะท้อนกลิ่นอายสูงส่ง
ลู่หลิงเซียวสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงที่ชายแดน จึงดูถูกพวกปรสิตในราชสำนัก