ที่ทั้งเย่อหยิ่งทั้งฟุ้งเฟ้อไปวันๆ ไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงจะมัดไก่ ชีวิตอยู่ดีกินดี ไม่รับรู้ถึงความทุกข์ยากของประชาชน
นี่เพราะอยู่ในเมืองหลวง ลู่หยวนจึงอาศัยตำแหน่งที่สูงกว่าเขามารังแกกันได้ หากอยู่ที่ชายแดน เขาจะสั่งสอนขุนนางโฉดผู้นี้ให้เป็นผู้เป็นคนในกระบวนเดียวเลย
“คารวะผู้บัญชาการใหญ่”
เขาประสานมือคำนับ
ลู่หยวนยกกาน้ำชาร้อนๆ ขึ้นจากตะแกรง เทชาให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง ก่อนคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มเอ่ยว่า “แม่ทัพลู่วันนี้มารับโทษหรือ แผลหายเร็วเพียงนั้นเชียว?”
ลู่หลิงเซียวเผยความกระอักกระอ่วนขึ้นมาบนสีหน้า เขากลับอยากให้เป็นเรื่องมารับโทษเช่นกัน แต่คราก่อนโบยหนักยิ่งนัก สามารถฝืนมาถึงที่นี่ได้ก็บุญโขแล้ว หากโดนโบยเพิ่มอีกหลายสิบไม้ เกรงว่าวรยุทธ์ของตนคงถูกทำลายหมดแน่
เขาเอ่ยอย่างอดกลั้น “ข้าน้อยมาขอความกรุณาจากผู้บัญชาการใหญ่”
ลู่หยวนแย้มยิ้ม “แม่ทัพลู่โดนตีจนเข็ดไปเสียแล้วหรือ”
ลู่หลิงเซียวสูดหายใจลึก ข่มเพลิงโทสะเอาไว้ สีหน้าจริงจังเอ่ยว่า “รอให้แผลข้าน้อยหายดีก่อน ย่อมมารับโทษโดยมิให้ขาดแม้แต่ไม้เดียวแน่นอน! แต่ขอผู้บัญชาการใหญ่อย่าได้ระบายโทสะใส่คนที่บ้านของข้าน้อย! ภรรยาและน้องสาวของข้าน้อย