สสวรรค์น้อยครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ตรัสว่า “บิดาเจ้าให้ลู่หลิงเซียวนำป้ายเหล็กนิลมามอบแก่เจ้า นอกจากฝากฝังแล้ว คงจะมีเจตนาอื่นอีก”
หากมิใช่ฝากฝังลูกสาว คงไม่ต้องเปิดเผยตัวตนของตนเอง ลำพังแค่บุญคุณช่วยชีวิตก็มากพอให้ลู่หลิงเซียวดูแลนางไปชั่วชีวิตแล้ว
ลู่สิงโจวเข้าใจความนัยของโอรสสวรรค์ แววตาเขาวูบไหว พลันโพล่งขึ้นว่า “หว่านเอ๋อร์ ตอนเจ้าอยู่ที่บ้าน องครักษ์สิบเอ็ดนายเคยมาเยี่ยมบิดาเจ้าบ้างหรือไม่”
หลินหว่านเอ๋อร์นึกทวนความจำ เขียนว่า : กลับมีอยู่บ้าง ทว่า ท่านพ่อก็ไม่ได้บอกข้าว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร และไม่อนุญาตให้ข้าถาม
“นี่อย่างไรเล่า!” ลู่สิงโจวหันมองโอรสสวรรค์อย่างดีใจ “แม้จะไม่ทราบที่อยู่ขององครักษ์อีกสิบเอ็ดนาย แต่กระหม่อมคิดว่า บางทีอาจมีสักวันที่พวกเขาจะเป็นฝ่ายติดต่อหว่านเอ๋อร์มาเอง! หว่านเอ๋อร์ หากอีกสิบเอ็ดคนมาหาเจ้า เจ้าจะมากราบทูลฝ่าบาทใช่หรือไม่”
โอรสสวรรค์มองหลินหว่านเอ๋อร์เขม็ง
หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้าช้าๆ
ลู่สิงโจวลอบพรูลมหายใจโล่งอก
โอรสสวรรค์ตรัสอีกว่า “เจ้าอยู่ที่ตระกูลลู่สบายดีหรือไม่”
หลินหว่านเอ๋อร์เขียนว่า : หม่อมฉันสบายดีเพคะ
ลี่ว์หลัวคุกเขาอยู่บนพื้น เอนตัวมาข้างหน้าคล้าย