นั่งลงบนพื้นตรงข้ามเขา “ท่านพ่อกล่าวเกินไปแล้ว ได้ยินว่าท่านพ่อรักษาตัวอยู่ที่จวนผู้บัญชาการ...”
ลู่หยวนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “เพียงฉากบังหน้าเท่านั้น”
โอรสสวรรค์ตรัส “ท่านพ่อทราบหรือไม่ว่าเป็นฝีมือผู้ใด”
ลู่หยวนยิ้มเอ่ย “กำลังสืบอยู่ หากสืบเจอแล้ว จะทูลฝ่าบาททันทีแน่นอน”
โอรสสวรรค์หลุบเนตรลง ลูบพู่ตรงบั้นเอวอย่างทำอะไรไม่ถูก
ลู่หยวนอ่านคัมภีร์ต่อ
โอรสสวรรค์ทำลายความเงียบอันกะทันหันนี้ “วันนี้เรามาวัดหานซาน...เพื่อพบแม่นางหลิน”
ลู่หยวนชะงัก “บุตรสาวของนักษัตรวานร?”
โอรสสวรรค์พยักหน้า “อืม”
ลู่หยวนยิ้มเอ่ย “ฝ่าบาทอยากพบใครก็พบเถิด ไม่จำเป็นต้องบอกกระหม่อม”
โอรสสวรรค์ไม่ตรัสอะไรอีก บิดพู่ห้อยไปมาอย่างอึดอัดคับข้อง ราวกับแทบอยากจะบิดให้เป็นเกลียว
ลู่หยวนพลิกหน้าคัมภีร์อย่างเกียจคร้าน “ไต้ซือเหลี่ยวคงอยู่ห้องข้างๆ ไหนๆ ฝ่าบาทก็เสด็จมาแล้ว ไปพบเสียหน่อยเถิด”
โอรสสวรรค์ลุกขึ้นยืน ก่อนหันหลังออกจากห้องภาวนา
หน้าประตู พระองค์หันหลังให้ลู่หยวน ทอดมองขุนเขาสูง “ท่านพ่อรักษาตัวให้ดี กลับเข้าราชสำนักโดยไว เรา ยังต้องปกครองแผ่นดินด้วยกันกับท่านพ่อ!”
อีกด้านหนึ่ง เหล่าฮูหยินเห็นหลินหว่านเอ๋อร์กลับ