ังเกตสีพระพักตร์แล้วเอ่ยอย่างรู้ความ “ฝ่าบาท กระหม่อมกับหว่านเอ๋อร์ออกมานานแล้ว เหล่าไท่จวินกับสตรีที่บ้านคงเป็นห่วงแล้ว กระหม่อมขอทูลลา หว่านเอ๋อร์”
หลินหว่านเอ๋อร์โขกศีรษะ ก่อนพาลี่ว์หลัวตามลู่สิงโจวออกไป
โอรสสวรรค์ออกมาจากศาลารับลม ทอดมองเทือกเขาสลับซับซ้อน ก่อนสาวพระบาทไปยังเรือนเล็กด้านหลังวัด
ลู่หยวนนั่งอยู่บนพื้นห้องภาวนาอันหรูหราตกแต่งสวยงาม เครื่องเรือนไม่มาก มีเพียงฉากบังลม โต๊ะเตี้ย เบาะรองนั่งสองผืน และเตาที่กำลังอุ่นชา
หมอหลวงเพิ่งเปลี่ยนยาให้เขา
เขาขยับส่งเดช ปากแผลจึงฟื้นตัวช้า หมอหลวงบอกเขาว่าอย่าได้สวมใส่ปิดแผลเกินไป ท่อนบนของเขาจึงสวมเพียงเสื้อคลุมสีม่วงตัวหนา
เมื่อโอรสสวรรค์เข้ามาในห้อง ก็เห็นเขานั่งอยู่บนพื้นพร้อมแผลบาดเจ็บ พิงผนังอ่านคัมภีร์อยู่
สภาพอาภรณ์หลุดลุ่ยนี้ เรียกได้ว่าเสียมารยาทต่อหน้าพระพักตร์
ทว่าในเมืองหลวงแห่งนี้ มีผู้ใดสามารถต่อว่าผู้บัญชาการใหญ่ลู่ได้บ้างเล่า
“ท่านพ่อ” โอรสสวรรค์ตรัสขึ้น
ลู่หยวนที่กำลังอ่านคัมภีร์อยู่พลันชะงัก หันหน้ามาหา ก่อนยกยิ้มมุมปาก “ฝ่าบาทมาได้อย่างไร กระหม่อมบาดเจ็บสาหัส ไม่สะดวกถวายคำนับ ขอฝ่าบาทโปรดอภัยด้วย”
โอรสสวรรค์