้มาอยู่ที่ร้านนายหน้าได้หนึ่งเดือน ไม่พูดไม่จาสักคำ ตีคนแล้วไม่ส่งเสียง ถูกตีก็ไม่ส่งเสียง นางนึกว่าเป็นใบ้เสียอีก!
เพียงแต่สำเนียงนี่…
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “ไปกับข้า”
เด็กสาวถามว่า “มีข้าวบ่”
เมิ่งเชียนเชียนเอ่ย “มากมี”
เด็กสาวจึงได้เงยหน้าขึ้นมา เผยให้เห็นดวงตางดงามสุดแสนคู่หนึ่ง “ตกลง ข่อยไปกับเจ้า ตกลงกันก่อนเด้อ บ่แซ่บข่อยบ่เป็นคนรับใช้ให้เด้อ”
เมิ่งเชียนเชียนยิ้มจาง “ได้สิ”
นายหน้าหญิงชรารีบห้าม “อย่านะๆๆๆ นายหญิง! นางหนูนี่มากเล่ห์นัก! จะเล่าให้ท่านฟังตรงๆ แล้วกัน มีอยู่คราหนึ่งนางหลบหนีไป ทำร้ายคนของศาลาว่าการไปสิบกว่าคน ข้าชดใช้ค่าเสียหายแทบตายแหน่ะ! ท่านซื้อกลับไปคงเป็นหายนะ!”
เด็กสาวสีหน้าไร้เดียงสา “นางเหลวไหล ข่อยเรียบร้อยเด้อ!”
ปั้นซย่าก็รู้สึกว่าเด็กสาวอายุสิบสองสิบสามปีคนหนึ่งไม่มีทางโหดเหี้ยมเพียงนั้น ที่นางกังวลคืออีกเรื่องมากกว่า “คุณหนู เกิดนางค้างหนี้จะทำเช่นไรเจ้าคะ”
เด็กสาวสองมือคว้ากรงไว้ มองเมิ่งเชียนเชียนอย่างสัตย์ซื่อสุดจะเปรียบ “พี่สาว! ข่อยบ่มีทางค้างหนี้! ข่อยบ่เคยโกหกเด้อ!”